บทความ
วัดพระธรรมกายซิลิคอนวัลเลย์ แคลิฟอร์เนีย จัดงานพิธีบูชาข้าวพระ 🌷วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2561 17.30 น. สวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และได้ประกอบพิธีบูชาพระมหาธรรมกายเจดีย์ พระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าหนึ่งล้านพระองค์และบูชาพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยมี กัลฯ ดารณี ไกเมอร์ เป็นประธานกล่าวและนำประธานรองจุดโคมประทีปฉัพพรรณรังสี กัลฯ ขวัญไท-Nikole Karraker เป็นประธานกล่าวและนำถวายทิพยมาลา หลังจากนั้นทุกท่านได้ถวายดอกไม้สักการะบูชาฯ 18:30 น. พิธีบูชาข้าวพระพร้อมกับลูกพระธัมฯทั่วโลก 20:00 น. พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีสร้างวัดพระธรรมกายซิลิคอนวัลเลย์ โดยมี กัลฯ ภาสวร-กัลฯ ดร. นาตยา บุญมาก เป็นประธานกล่าวคำถวาย หลังจากนั้นสาธุชนร่วมกันถวายปัจจัยกองบุญต่างๆ, ต่อจากนั้นท่านประธานสงฆ์ ได้เมตตาให้โอวาท ,อนุโมทนาบุญและให้พร, และบันทึกภาพหมู่ร่วมกันด้วยความปลื้มปีติเบิกบานใจในบุญใหญ่ในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
สมาคมรวมใจไทยลำปาง สมาคมบัณฑิตล้านนา เทศบาลตำบลลำปางหลวงและเครือข่ายพุทธบริษัท ขอเชิญทุกท่านร่วม “ตักบาตร 1,338 รูป ฉลองเมืองลำปาง 1,338 ปี” หนึ่งในโครงการตักบาตร 2 ล้านรูปทุกวัดทั่วไทย อาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2561 เวลา 06.00 น. ณ หน้าวัดพระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง ***ร่วมเป็นหนึ่งในบุคคลประวัติศาสตร์ เป็นลูกหลานกตัญญู สร้างบุญใหญ่อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษและผู้มีพระคุณ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของคนดี*** สนับสนุนได้ที่ ทางธนาคาร กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสลำปาง ชื่บัญชี: โครงการตักบาตรพระ เพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนา เลขบัญชี:784-0-42376-0 ติดต่อสอบถามรายละเอียดและสนับสนุนได้ที่ 083-5404877 083-5405593 097-1541525 https://www.youtube.com/watch?v=CGkCrONq1sg&feature=youtu.be
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
ปล่อยปลา 588 กิโลกรัม เนื่องในโอกาสครบรอบ 58 ปี ชมรมพุทธศาสตร์และประเพณีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ..เอาบุญมาฝากทุกท่านนะ #58ปีCUBS #ผู้ให้ชีวิตย่อมได้ชีวิต
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
คนเป็นผู้นำยุคนี้ควรได้ฟัง.. https://youtu.be/qUr_3WXL4z0
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
พระอาจารย์ และตัวแทนสำนักสื่อสารองค์กร ไปกราบมุทิตาคล้ายวันเกิด พระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์ อิทฺธิจินตโก เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล ๖๔ ปี ... เอาบุญมาฝากทุกๆ ท่าน ขอนำคำอวยพรของท่านมาฝาก ... ให้ได้สร้างบารมีไปกับมหาปูชนียาจารย์ ไปทุกภพทุกชาติตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรมเทอญ 🌟🌟🌟🌟🌟🌟 วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล ๖๔ ปี พระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์ อิทฺธิจินตโก ( รังสฤษดิ์ จินตมากุล ) อายุ ๖๔ ปี พรรษา ๓๑ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี คณะสงฆ์วัดพระธรรมกาย ขอน้อมถวายมุทิตาสักการะในโอกาสอันเป็นมงคลนี้
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
อนาคตเลิกพกบัตรประชาชนเป็นไปได้ไหม!? https://youtu.be/fU3kaJq-ae4
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
“จากหนึ่งครอบครัวสู่ล้าน พิชิตเป้าสวดธรรมจักร 1,000 ล้านจบต่อปีด้วยทิศ 6 “ บทสวดธรรมจักร หรือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นปฐมเทศนา ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงแก่พระปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ทำให้พระอัญญาโกณฑัญญะ มีดวงตาเห็นธรรม เป็นพระโสดาบัน เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นำมาซึ่งความพ้นทุกข์พบสุขแท้จริง บทสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ยังถือว่าเป็นแม่บทในพระพุทธศาสนา มีความสำคัญมาก โดยทั่วไปถ้ามีงานมงคลที่สำคัญ พระที่สวดจะไม่ขาดบทนี้ ดังนั้นใครที่สวด และได้ฟังจะทำให้ใจใส “ครอบครัวบุญโญปกรณ์” ได้นำบทสวดนี้มาใช้กับการแก้ปัญหาครอบครัว โดยได้ประโยชน์ จากการสวดดังนี้ 1.เติมบุญให้กับทุกคนในครอบครัวที่ร่วมกันสวด 2.สวดแล้วทำให้ใจสงบผ่องใส มีความสุข 3.สวดแล้วใจคลายจากความทุกข์ ไม่หมกมุ่นในทุกข์เป็นการไม่เพิ่มปัญหา และความทุกข์ 4.เกิดความรักความสามัคคีของสมาชิกในครอบครัว 5.มึความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวเพราะสมาชิกจะแจ้งยอดสวดด้วยตนเองทางไลน์กลุ่มธรรมจักรครอบครัว ทุกวัน แม้อยู่ก่างไกลกันคนละจังหวัดก็เหมือนอยู่ใกล้กัน 6.เมื่อศึกษาคำแปลบทสวด แล้วได้หลักธรรมจากบทสวดมาเป็นแนวทางดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง เช่น มรรคมีองค์แปด 1.สัมมาทิฏฐิ 2.สัมมาสังกัปปะ 3.สัมมาวาจา 4.สัมมากัมมันตา 5.สัมม่อาชีวะ 6.สัมมาวายามะ 7.สัมมาสติ 8.สัมมาสมาธิ อีกทั้งยังมีหลักอริยสัจสี่ อันเป็นแนวทางพ้นทุกข์ที่เยี่ยมยอด หลักธรรมในบทสวดธรรมจักร จึงเป็นแม่บท ในการแก้ไขปัญหา ในตน ในคน ในสังคม ในประเทศชาติ และแก้ปัญหาระดับโลกได้ เป็นการลงทุนน้อยแต่แก้ปัญหาได้มากมายมหาศาล สมที่ทุกคน ทุกหน่วยงาน ทุกประเทศทั่วโลก จะต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน วิธีการตั้งกลุ่ม และสวดอย่างง่ายๆ 1.เชิญชวนญาติพี่น้อง และคนรอบข้างในทิศ 6 ร่วมกันสวด 2.แนะนำสมาชิกตามทิศ 6 Load บทสวด ใน Ap Store ธรรมจักร ลงในโทรศัพท์ (โดยบทนี้สามารถเปิดได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ต) 3.เชิญสมาชิกสวดบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 3 จบ ต่อวัน จะสะดวกเวลาไหนก็ได้ 4.ส่งยอดสวดธรรมจักรในไลน์กลุ่ม โดยสมาชิกท่านใดท่านหนึ่งจะเป็นผู้รวบรวม ข้อมูลส่ง ต่อไปยังสายบุญสายงาน คณะกรรมการสวดธรรมจักร เส้นทางบุญ @Pathofboon https://youtu.be/7DZgZUzQZEU
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
เรื่อง ให้เพราะรัก ในอดีตกาล พระราชาทรงพระนามว่า เสนกะ ครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี ครั้งนั้น พระองค์ทรงมีความรักใคร่กับนาคราชตัวหนึ่ง. ได้ทราบว่า นาคราชนั้นออกจากนาคพิภพเที่ยวหาจับเหยื่อบนบกกิน. ครั้งนั้น เด็กชาวบ้านเห็นมันแล้ว บอกกันว่านี้งู แล้วพากันเอาก้อนดินและท่อนไม้ทุบตี. พระราชาเสด็จสำราญที่พระราชอุทยาน ทรงเห็นแล้ว ตรัสถามว่า เด็กเหล่านั้นทำอะไรกัน ? ทรงทราบว่า พากันฆ่างูตัวหนึ่ง. จึงตรัสสั่งว่า พวกเอ็งอย่าฆ่ามัน ปล่อยให้มันหนีไป แล้วทรงให้นาคราชนั้นหนีไป. นาคราชได้ชีวิตแล้ว ได้ไปยังนาคพิภพ ถือเอารัตนะมากมาย ครั้นเวลาเที่ยงคืน จึงเข้าไปยังพระที่นั่งสำหรับพระราชาบรรทม ทูลเกล้าถวายรัตนะเหล่านั้น แล้วทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้าอาศัยพระองค์แล้วได้ชีวิตมา แล้วได้ทำมิตรภาพกับพระราชา จึงไปเฝ้าพระราชาบ่อย ๆ. นาคราชนั้นได้ตั้งนาคมาณวิกาผู้ไม่อิ่มในกามคุณนางหนึ่ง จากบรรดานางนาคมาณวิกาทั้งหลายของตนไว้ประจำราชสำนัก เพื่อรักษาความสัมพันธ์. เขาทูลว่า เมื่อใดพระองค์ไม่ทรงเห็นนาคมาณวิกาตนนั้น พระองค์พึงทรงร่ายมนต์บทนี้ แล้วได้ถวายมนต์บทหนึ่งแด่พระองค์. อยู่มาวันหนึ่ง พระองค์เสด็จพระราชอุทยาน ทรงเล่นน้ำในสระโบกขรณีกับนางนาคมาณวิกา. นางนาคมาณวิกาเห็นงูน้ำตัวหนึ่ง จึงแปลงอัตภาพเป็นงู แล้วเสพสังวาสกับงูตัวนั้น. พระราชาเมื่อไม่ทรงเห็นนาคมาณวิกา ทรงสงสัยว่า เธอไปไหน จึงทรงร่ายมนต์ ทรงเห็นนางกำลังทำอนาจาร จึงทรงตีด้วยซีกไม้ไผ่. นางโกรธจึงออกจากพระราชอุทยานไปยังนาคพิภพ นาคราชถามว่า เหตุไฉนเจ้าจึงมา สหายของพระองค์ตีหลังหม่อมฉัน แล้วแสดงการตีให้ดู. นาคราชไม่ทราบตามความจริง จึงเรียกนาคมาณพ ๔ ตนมา ส่งไปโดยดำรัสว่า พวกเจ้าทั้งหลายจงไป จงพากันเข้าไปยังพระที่นั่ง ที่บรรทมของพระเจ้าเสนกะ แล้วทำลายพระที่นั่งนั้นให้เป็นเหมือนแกลบ ด้วยพิษจากลมจมูก นาคมาณพเหล่านั้นพากันไปแล้ว ได้เข้าไปยังห้องในเวลาที่พระราชาทรงบรรทมบนพระยี่ภู่ที่สง่างาม. เวลานั้น พระราชาได้ตรัสถามพระราชเทวีว่า ดูก่อนนางผู้เจริญ เธอรู้ไหมนางนาคมาณวิกาไปไหน พระราชเทวีทูลว่า หม่อมฉันไม่รู้เพคะ. พระราชาตรัสว่า วันนี้นาคมาณวิกา ได้ละอัตภาพของตน แล้วทำอนาจารกับงูน้ำตัวหนึ่ง ในเวลาเล่นน้ำในสระโบกขรณีของเรา เมื่อเป็นเช่นนั้นฉันจึงได้เอาซีกไม้ไผ่ตีนาง เพื่อต้องการให้สำเนียกว่า อย่าทำอย่างนี้. นางไปยังนาคพิภพคงบอกอะไรอย่างอื่นแก่สหายของเรา แล้วทำลายมิตรภาพเสีย ภัยคงเกิดขึ้นแก่เราเป็นแน่. นาคมาณพทั้งหลายได้ฟังดังนั้น จึงพากันกลับออกไปจากพระที่นั่งบรรทมนั้น แล้วไปยังนาคพิภพ ทูลเนื้อความนั้นแก่นาคราช. ท้าวเธอถึงความสังเวช จึงเสด็จมายังพระที่นั่งบรรทมของพระราชา ทูลให้ทราบเนื้อความนั้น ขอขมาพระองค์ แล้วถวายมนต์ ชื่อว่า สรรพรุตชนนะ คือมนต์รู้เสียงร้องของสัตว์ทุกชนิด โดยมุ่งหมายว่า นี้เป็นการถ่ายโทษของเรา จากนั้นทูลว่า ข้าแต่มหาราช มนต์นี้หาค่ามิได้ ถ้าพระองค์จะประทานมนต์นี้แก่ผู้อื่น ครั้นทรงประทานแล้วต้องทรงกระโดดเข้ากองไฟสวรรคต. พระราชาทรงรับคำว่า ได้. ตั้งแต่นั้นมา แม้เสียงมดแดงพระองค์ก็ทรงทราบ. วันหนึ่งเมื่อพระองค์ประทับนั่งที่ท้องพระโรง เสวยของเคี้ยวจิ้มน้ำผึ้งน้ำอ้อย น้ำผึ้งน้ำอ้อยหยดหนึ่งและขนมชิ้นหนึ่งตกลงที่พื้น. มดแดงตัวหนึ่งเห็นหยดน้ำผึ้งนั้น เที่ยวร้องบอกกันว่า ถาดน้ำผึ้งของหลวงแตกที่ท้องพระโรง หม้อน้ำอ้อย หม้อขนมคว่ำ ท่านทั้งหลายจงกินน้ำผึ้งน้ำอ้อยและขนม. พระราชาทรงสดับเสียงร้องบอกของมดแดงแล้วทรงพระสรวล. พระราชเทวีประทับที่ใกล้เคียงพระราชา ทรงดำริว่า พระราชาทรงเห็นอะไรหนอ จึงทรงพระสรวล เมื่อพระราชานั้นเสวยของเคี้ยวทรงสรงสนานแล้ว ประทับนั่งบนพระราชบัลลังก์ แมลงวันตัวผู้พูดกับแมลงวันตัวเมียตัวหนึ่งว่า มาเถิดน้อง พวกเรามาอภิรมย์กันด้วยความยินดีด้วยกิเลส. แมลงวันตัวเมียพูดกับแมลงวันตัวผู้ว่า คอยก่อนเถอะพี่ บัดนี้ ราชบุตรจะนำของหอมมาถวายพระราชา เมื่อพระองค์ทรงลูบไล้ ผงของหอมจักตกลงแทบบาทมูล ฉันจักร่อนถลาไป ณ ที่นั้นแล้วจะมีกลิ่นหอม ต่อจากนั้นเราก็จักนอนอภิรมย์กัน เบื้องพระปฤษฎางค์ของพระราชา. พระราชาทรงสดับเสียงแม้นั้นแล้ว ก็ทรงพระสรวล. ฝ่ายพระเทวีก็ทรงดำริอีกว่า พระราชาทรงเห็นอะไรหนอ จึงทรงพระสรวล เมื่อพระราชาทรงเสวยพระกระยาหารเย็นอีก ภัตพิเศษก้อนหนึ่งหล่นลงที่พื้น. มดแดงทั้งหลายก็ร้องบอกกันว่า หม้อพระกระยาหารในราชตระกูลแตกแล้ว ขอท่านทั้งหลายจงพากันไปรับประทานภัตตาหารเถิด. พระราชาครั้นได้ทรงสดับคำนั้นแล้ว ก็ทรงพระสรวลอีก. ฝ่ายพระราชเทวี ทรงถือเอาช้อนทองอังคาสพระราชาอยู่ จึงทรงพระวิตกว่า พระราชาทรงเห็นอะไรหนอ จึงทรงพระสรวล ในเวลาเสด็จขึ้นแท่นพระบรรทมกับพระราชา พระนางทูลถามว่า ข้าแต่สมมติเทพ พระองค์ทรงพระสรวลเพราะเหตุอะไร พระองค์ตรัสว่า ฉันหัวเราะเกี่ยวอะไรกับเธอ แล้วทรงนิ่งเสีย แต่เมื่อถูกพระนางรบเร้าบ่อย ๆ.จึงตรัสเรื่องมนต์ให้ทราบ พระราชเทวีทูลว่า ขอพระองค์จงประทานมนต์ที่ทำให้รู้เสียงสัตว์ของพระองค์แก่หม่อมฉัน แม้พระราชาทรงห้ามว่า ไม่อาจให้ได้ พระนางก็ทรงรบเร้าบ่อย ๆ. พระราชาจึงตรัสว่า ถ้าหากฉันให้มนต์นี้แก่เธอ ฉันก็ต้องตาย. พระนางทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ ถึงพระองค์จะสิ้นพระชนม์ ก็จงประทานแก่หม่อมฉัน. เพราะพระราชาเป็นผู้ชื่อว่าตกอยู่ในอำนาจมาตุคาม จึงทรงรับคำว่า ก็ได้ แล้วทรงตัดสินพระทัยว่า เราจักให้มนต์แก่พระราชเทวี แล้วจึงจะเข้ากองไฟ ดังนี้แล้วได้เสด็จเข้าไปยังพระราชอุทยานด้วยราชรถ. ขณะนั้นท้าวสักกะทรงตรวจดูสัตวโลกอยู่ ทรงเห็นเหตุการณ์นี้ ทรงดำริว่า พระราชาเขลาองค์นี้อาศัยมาตุคาม เสด็จไปด้วยหมายพระทัยว่า จักเข้ากองไฟ เราจักให้ชีวิตแก่พระองค์ แล้วทรงพาเอาอสุรกัญญา ทรงพระนามว่า สุชามายังกรุงพาราณสี ทรงทำให้นางสุชาเป็นแพะตัวเมีย พระองค์เองเป็นแพะตัวผู้ แล้วทรงอธิษฐานว่า ขออย่าให้มหาชนเห็น แล้วได้อยู่ข้างหน้าราชรถ. พระราชาได้ทอดพระเนตรเห็นแพะนั้น และม้าที่เทียมรถก็เห็นด้วย. แต่ใครอื่นไม่เห็น. แพะตัวผู้ทำท่าจะเสพเมถุนกับแพะตัวเมีย เพื่อจะสร้างเรื่องราวขึ้น. ม้าเทียมรถตัวหนึ่ง เห็นแพะนั้น จึงพูดว่า เจ้าเพื่อนแพะเอ๋ย เมื่อก่อนเราได้ยินเขาเล่ากันว่า พวกแพะโง่ ไม่มีความละอาย แต่เราก็ไม่เคยเห็นเรื่องนั้น วันนี้แกทำอนาจารที่จะต้องทำในที่ลับ ในสถานที่ปกปิด ต่อหน้าพวกเราที่กำลังเห็นอยู่ แกไม่ละอายเลย คำที่พวกเราได้ยินมาแต่ก่อนนั้น เห็นทีจะจริง แพะได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวว่า สหายเอ๋ย แกนั่นแหละโง่ แกจงรู้ตัวเถิด แกถูกเชือกรัดคอไว้จนริมฝีปากเบี้ยว ทั้งมีเชือกมัดปากไว้ด้วย สหายเอ๋ย ความโง่อย่างอื่นของแกยังมี คือ เมื่อแกถูกปลดจากแอกแล้ว กลับไม่หนีไป สหายเอ๋ย พระเจ้าเสนกะที่แกลากไปนั่นและโง่กว่าแกอีก พระราชาทรงเข้าพระทัยถ้อยคำของสัตว์ทั้ง ๒ ตัวนั้น เพราะฉะนั้น เมื่อทรงสดับคำนั้น จึงทรงให้ขับรถไปค่อย ๆ. ฝ่ายม้าสินธพได้ฟังคำของแพะแล้ว จึงกล่าวว่า สหายอชราชเอ๋ย ข้าโง่ด้วยเหตุใดแกก็รู้ แต่พระเจ้าเสนกะโง่ เพราะเหตุใด แกลองบอกมาดู แพะกล่าวว่า ผู้ใดได้มนต์ชั้นยอดแล้วจะให้ภรรยา เพราะการให้นั้น ผู้นั้นจะต้องสละตนทิ้งเสีย ด้วยการกระโดดเข้ากองไฟ เขาก็จะไม่มีภรรยานั้นอีก จึงเป็นผู้โง่กว่าแก พระราชา ครั้นทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงตรัสว่า อชราชเอ๋ย เมื่อเจ้าจะทำความสวัสดีแก่เรา ก่อนอื่นเจ้าจงบอกสิ่งที่เราควรทำก่อนเถิด ครั้งนั้น อชราชจึงทูลกะพระราชานั้นว่า ข้าแต่มหาราช ไม่มีผู้อื่นที่ชื่อว่า เป็นที่รักของสัตว์ทั้งหลายยิ่งกว่าตน. คนไม่ควรให้ตนพินาศ ไม่ควรละทิ้งยศที่ได้แล้ว เพราะอาศัยของรักอย่างเดียวเมื่อพระองค์สั่งสมบุญไว้ จะพึงได้หญิงที่รักในภายหลัง ไม่ควรให้ตนต้องพินาศ เพราะหญิงที่เป็นที่รักนั้น พระราชาทรงพอพระทัย แล้วตรัสถามว่า ดูก่อนอชราช ท่านมาจากที่ไหน ?. ท้าวสักกะตรัสตอบว่า ข้าแต่มหาราช เราคือท้าวสักกะมาด้วยความอนุเคราะห์ท่าน เพื่อจะปลดเปลื้องท่านจากความตาย. ข้าแต่เทวราช ข้าพระองค์ได้ลั่นวาจาออกไปแล้วว่า จักให้มนต์แก่พระเทวี บัดนี้ ข้าพระองค์จะกระทำอย่างไร ดูก่อนมหาราช ความพินาศจะไม่มีแก่ท่านทั้ง ๒ ถ้าท่านกล่าวว่า อุปจารแห่งศิลปะมีอยู่ แล้วให้คนคนหนึ่งเฆี่ยนพระราชเทวี ๒-๓ ครั้ง ด้วยอุบายนี้ นางจักไม่เรียน. พระราชาทรงรับเทพดำรัสว่า ดีแล้ว. ท้าวสักกะถวายโอวาทพระราชาแล้วได้เสด็จไปยังสถานที่ของพระองค์นั่นเอง. พระราชาเสด็จไปถึงพระราชอุทยานแล้ว ตรัสสั่งให้หาพระราชเทวีมา แล้วตรัสถามว่า นางผู้เจริญ เธอจักเรียนมนต์หรือ. พระนางทูลว่า เพคะ ข้าแต่สมมติเทพ. ถ้ากระนั้น เราจะทำอุปจาระแห่งศิลปะ. อุปจาระเป็นอย่างไร เธอต้องถูกเฆี่ยนหลัง ๑๐๐ ครั้ง และต้องไม่ส่งเสียงร้อง. พระนางทรงรับพระราชดำรัสของพระราชา เพราะอยากได้มนต์. พระราชาตรัสสั่งให้เรียกเพชฌฆาตผู้เป็นเจ้าหน้าที่ฆ่าโจรมา แล้วให้รับเอาหวายไปเฆี่ยนทั้ง ๒ ข้างของพระนาง. พระนางทรงทนทานการเฆี่ยน ๒-๓ ครั้งได้ ต่อจากนั้นก็ไม่อาจทนทานได้ จึงทรงร้องว่า หม่อมฉันไม่ต้องการมนต์แล้ว. ครั้งนั้นพระราชา จึงตรัสกะพระนางว่า เธอประสงค์จะเรียนมนต์โดยให้ฉันตายไป แล้วทรงให้ถลกหนังที่พระขนอง(หลัง)ทิ้งไป. ตั้งแต่นั้นมา พระนางไม่อาจกราบทูลได้อีก. จบเรื่อง ให้เพราะรัก Cr.ขุนพลไร้เงา พบกันใหม่โอกาสหน้า ราตรีสวัสดิ์พระรัตนตรัย
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
เจ้าหญิงเคซัง โชเดน วังชุกแห่งภูฏาน กับชีวิตตามรอยธรรมแห่งพุทธศาสนา หากกล่าวถึงประเทศ “ภูฏาน” (Bhutan) ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ราชอาณาจักรภูฏาน” (Kingdom of Bhutan) ข้อมูลที่ผุดขึ้นมาในหัวหรือค้นพบ จาก Google ก็คงไม่พ้นเรื่องราวและภาพของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระมหากษัตริย์หนุ่มผู้มีรูปร่างหน้าตาและพระจริยวัตรอันงดงามไปจนถึงสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงเพียบพร้อมด้วยสภาพแวดล้อมอันสมบูรณ์ทั้งป่าเขาลำเนาไพร?และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีดัชนีความสุขสูงที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามประเทศเล็ก ๆ ที่มีพื้นที่ประมาณ 38,394 ตารางกิโลเมตร หรือมีขนาดราว 1 ใน 13 ของไทย ก็มีอีกหลายแง่มุมที่น่าค้นหาและศึกษา โดยเฉพาะในแง่ที่เป็นดินแดนที่ยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีแต่ดั้งเดิมของตัวเองเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของโลกทั้งในด้านนวัตกรรมและวัฒนธรรม เนื่องในโอกาสพิเศษที่ เจ้าหญิงเคซังโชเดน วังชุก พระภคินีในสมเด็จพระ-ราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ได้เสด็จมายังประเทศไทยด้วยพระภารกิจในการจัดทำหนังสือ Zangdok Palri: The Lotus Light Palace of Guru Rinpoche ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคุรุรินโปเชที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “พระพุทธเจ้าองค์ที่สอง” สำหรับพุทธศาสนิกชนชาวภูฏานและทิเบต เจ้าหญิงแห่งภูฏานพระองค์นี้ได้ทรงสละเวลาส่วนพระองค์ประทานสัมภาษณ์ในแง่มุมต่าง ๆ เกี่ยวกับดินแดนขนาดเล็กที่น่าสนใจไม่น้อยแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนานิกายวัชรยานที่เจ้าหญิงทรงศึกษาค้นคว้ามาตลอดชีวิต เจ้าหญิงเสด็จมาประเทศไทยครั้งนี้มีกำหนดการอย่างไรบ้างครับ เนื่องจากสมเด็จแม่มีความผูกพันกับประเทศไทยมายาวนาน นับตั้งแต่เมื่อครั้งที่เจ้านายในราชวงศ์ไทยเคยเสด็จไปเยือนภูฏานเมื่อตอนที่ข้าพเจ้าเพิ่งอายุได้ 3-4 ขวบ สมเด็จแม่จึงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนไทย นับตั้งแต่นั้นมา นอกจากนั้นเราก็มีเพื่อนหลายคนที่นี่ เราจึงเดินทางมาเมืองไทยทุกปีในช่วงหน้าหนาวเพื่อเยี่ยมเยียนบรรดากัลยาณมิตรชาวไทยของเราเป็นเวลา 1-2 เดือน แต่สำหรับครั้งนี้มีภารกิจหนึ่งเพิ่มขึ้นมาคือภารกิจเกี่ยวกับหนังสือเรื่อง Zangdok Palri: The Lotus Light Palace of Guru Rinpoche ขอให้เจ้าหญิงทรงเล่าถึงรายละเอียดของหนังสือเล่มนี้สักเล็กน้อยครับ หนังสือเล่มนี้มีจุดเริ่มต้นจากการที่สมเด็จย่ามีพระดำริว่า ประเทศไทยและประเทศภูฏานนั้นต่างก็เป็นมิตรประเทศที่มีสายสัมพันธ์อันดี ทั้งยังมีความเชื่อมโยงทางจิตใจที่ดีต่อกัน เนื่องจากทั้งสองประเทศต่างก็นับถือศาสนาพุทธด้วยกันทั้งคู่แม้จะต่างนิกายกันก็ตาม ดังนั้นหากเกิดความร่วมมือระหว่างสองประเทศในโครงการที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี สมเด็จย่าจึงได้ทรงสอบถามไปทางคุณสุภวรรณ ล่ำซำ ถึงความเป็นไปได้ในการทำหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ คุรุริน-โปเช ซึ่งสำหรับชาวภูฏานแล้ว ท่านถือเป็นวัชรนิรมานกายของพระอมิตาภะพุทธเจ้าหรือพระศากยมุนี และเป็นผู้เผยแผ่หลัก- ธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาในทิเบตเป็นครั้งแรกจนได้รับการนับถือในหมู่พุทธศาสนิกชนทิเบตให้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่สอง ข้าพเจ้าเองก็โตมากับคุรุรินโปเชและมีคำสอนของท่านเป็นหลักธรรมประจำใจในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว?ซึ่งหนึ่งในคำสอนที่สำคัญคือให้เหล่าสานุศิษย์เคารพแนวทางอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นมหายาน หินยานวัชรยาน หรือกระทั่งศาสนาอื่นที่ไม่ใช่พุทธ-ศาสนาก็ตามที เพราะแม้จะต่างนิกายกันและต่างก็มีแนวทางการสอนที่หลากหลายแตกต่างกันไป แต่ในสาระสำคัญแล้วก็เหมือนกันหมด ดังนั้นท่านจึงสอนให้เคารพศาสดาหรืออาจารย์ของนิกายหรือศาสนาอื่นด้วย ตราบเท่าที่หลักธรรมคำสอนนั้น ๆสามารถขัดเกลาให้เราเป็นคนดีได้ เราก็ต้องให้ความเคารพเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงคิดว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นความเชื่อมโยงที่ดีระหว่างไทยกับภูฏานในแง่ความเชื่อมโยงทางจิตใจและพุทธศาสนา อะไรคือความแตกต่างที่เด่นชัดที่สุดระหว่างศาสนาพุทธนิกายเถรวาทกับนิกายวัชรยานที่ชาวภูฏานนับถือครับ ศาสนาพุทธนิกายเถรวาทจะเน้นหนักไปที่การปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือตนเองให้หลุดพ้นก่อนแล้วจึงไปช่วยเหลือคนอื่นแต่ศาสนาพุทธนิกายวัชรยานเชื่อว่า เราจะไม่สามารถหลุดพ้นได้ หากเราไม่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์คนอื่นให้มีดวงตาเห็นธรรมก่อน ดังนั้นชาวพุทธนิกายวัชรยานจึงเชื่อว่าเราจะต้องเวียนว่ายตายเกิดต่อไปเรื่อย ๆจนกว่าสัตว์โลกทั้งมวลจะบรรลุธรรม ซึ่งเป็นการเดินทางที่ยาวนานมาก แต่ก็เป็นเส้นทางที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา นอกจากนั้นชาวพุทธนิกายวัชรยานยังเชื่อด้วยว่า แม้ผู้ที่บรรลุธรรมแล้ว ก็สามารถเลือกที่จะกลับมาเกิดอีกเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นได้ อยากทราบว่าการ “บรรลุธรรม”ในแบบวัชรยานมีลักษณะเป็นอย่างไรครับ สำหรับเราการ “บรรลุธรรม” ไม่ใช่สิ่งที่หลายคนมักจะเข้าใจกัน การบรรลุธรรมไม่ได้หมายความว่าคุณจะกลายเป็นพระเจ้าหรือมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อะไรมากมาย เพราะความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายภายนอก แต่เป็นความเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจของเราเอง “พระเจ้า” ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ภายนอกตัวคุณ แต่พระเจ้าคือ “ความเป็นพุทธะ” หรือความเป็น “ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน”ในตัวคุณ ดังนั้นการเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าก็คือการค้นพบความเป็นพุทธะในตัวคุณนั่นเอง มนุษย์ทุกคนมีความเป็นพุทธะซ่อนอยู่ ไม่มีข้อยกเว้น แม้แต่ฆาตกรอย่างองคุลิมาล ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการหมั่นฝึกฝนจิตจนค้นพบความเป็นพุทธะในตัวของเราเอง เราเชื่อว่าแม้จะบรรลุธรรมแล้ว คุณก็ยังสามารถกินอาหารแบบเดิมได้เดินยืนนั่ง ทำงาน หรือใช้ชีวิตตามปกติได้ แม้แต่ดูทีวีก็ยังได้ เพราะสิ่งที่เปลี่ยนไปอยู่ภายใน และสิ่งที่เปลี่ยนไปนี้คือต้นกำเนิดของพลังแห่งความแข็งแกร่งความกล้าหาญ ความรัก และความสุขของคุณ เมื่อบรรลุธรรม ทุกอย่างที่คุณทำจะเกิดจากความตื่นรู้ และชีวิตของคุณจะไม่ถูกชักนำด้วยอารมณ์หรือความรู้สึกเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป สิ่งที่ศาสนาพุทธนิกายวัชรยานเน้นเป็นพิเศษคืออะไรครับ การมีพระอาจารย์ที่คอยสั่งสอนดูแลเรานั้นสำคัญมากที่สุด เพราะเราเชื่อว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าได้รับการส่งต่อและสืบทอดกันมาผ่านทางพระอาจารย์ท่านต่าง ๆ โดยไม่ขาดสาย ดังนั้นชาวพุทธนิกายวัชรยานจึงนับถืออาจารย์ของตนราวกับนับถือพระพุทธเจ้าเลยทีเดียว และเราเข้าใจว่า คำสอนของอาจารย์ก็ทำให้เราเข้าถึงความเป็นพุทธะได้เช่นกันค่ะ สำหรับชาวพุทธนิกายวัชรยานการฝึกสมาธิมีความสำคัญอย่างไรบ้างครับ การฝึกสมาธิสำหรับชาวพุทธนิกายวัชรยานคือ การฝึกจิตให้เคยชินกับการทำในสิ่งที่ดี ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาสติให้แหลมคมและพัฒนาปัญญาให้บริสุทธิ์ต่อไป คนเรามักมีนิสัยของจิตที่ไม่ดีติดตัวมาคือเรามักพยายามผลักไสหรือยึดติดกับ ความรู้สึกที่ผ่านเข้ามาในจิต ทั้งความรู้สึกที่ดีและไม่ดี แต่กุญแจของการฝึกสมาธิคือการพยายามเป็นผู้รู้และเป็นผู้ดูความเป็นไปของจิต โดยไม่เอาตัวเข้าไปยึดติดกับมัน ลองศึกษาความรู้สึกที่ผ่านเข้ามาในจิตดูให้ละเอียดลึกซึ้งว่า มันมีรูปร่างอย่างไรเป็นสีอะไร เป็นสิ่งอ่อนหรือแข็ง ทึบหรือใส ฯลฯ และท้ายที่สุดเราก็จะเริ่มเข้าใจเองว่าความรู้สึกเหล่านั้นแท้จริงแล้วมัน “ว่างเปล่า”โดยสิ้นเชิง เพราะมันถือกำเนิดขึ้นมาจากความว่าง และก็จะคืนกลับไปสู่ความว่างดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะเป็นทุกข์เพราะความว่าง แล้วเจ้าหญิงทรงมีวิธีการฝึกอย่างไรบ้างครับ ก่อนอื่นคงต้องบอกว่าข้าพเจ้าไม่ได้เก่งขนาดนั้น ไม่ควรใช้เป็นตัวอย่างนะคะ (ทรงพระสรวล) แต่ก็พยายามฝึกอยู่ทุกวัน สำหรับข้าพเจ้าการทำสมาธิไม่ใช่แค่การนั่งคิดและปล่อยวางจิตใจ แต่รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันตลอดจนการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะต่อให้คุณทำสมาธิอย่างจริงจัง แต่พอออกจากสมาธิไปก็ยังโมโหเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน ก็ถือว่าการทำสมาธิไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด การฝึกสมาธิที่แท้จริงคือการมีสติในทุกสิ่งที่คุณทำทุกคำที่คุณพูด และทุกอย่างที่คุณคิด ไม่ว่าจะในขณะขับรถหรือไปทำงาน ทุกขณะที่ผ่านไป เราควรจะทำในสิ่งที่ดีขึ้น ทั้งสำหรับตนเองและผู้อื่น หากคุณสามารถทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับตัวเองกับคนรอบตัว และทำให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้น การกระทำดังกล่าวก็ถือเป็นการปฏิบัติที่ดีแล้วนะคะ อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ที่นิตยสาร Secret ขอบคุณแหล่งข่าว ....https://www.sanook.com/women/56853/
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
ขอแสดงความยินดี🎉 กับผู้สอบผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศระดับชาติ โครงการตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้า ครั้งที่ 37 ตรวจสอบรายชื่อและยืนยันสิทธิ์การเข้าสอบได้ที่ : www.vstarproject.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 08-9482-7670, 08-1550-1095 #tkn37 #มงคลชีวิต38ประการ
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ