วิธีชนะแบบชาวพุทธ มีสำนวนไทยอยู่ ๒ ประโยค เกี่ยวกับความแพ้และความชนะ เป็นคำที่ชินหูคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มพุทธศาสนิกชน สำนวน ๒ ประโยคนั้น ก็คือ &quotแพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร&quot อ่านเพียงเผิน ๆ ก็น่าจะให้เข้าใจว่า ความแพ้เป็นของดี คำสำนวนนี้สอนให้คนยอมแพ้ผู้อื่นไว้แหละดี เพราะการยอมแพ้ทำให้เรื่องสงบ การไม่ยอมแพ้ทำให้เรื่องยืดยาว ได้พยายามค้นหาที่มาแห่งสำนวน ๒ ประโยคนี้ว่า มีพระบาลีรับรองไว้หรือไม่ แต่ก็ไม่พบ และถามท่านผู้รู้หลายท่านก็กล่าวเป็นทำนองเดียวกันว่า ไม่เคยพบเช่นกัน พบแต่พระบาลีบทหนึ่งว่า &quotโยเชถ มารํ ปญฺญาวุเธน&quot &quotเธอทั้งหลายจงรบมารให้ชนะด้วยอาวุธคือปัญญา&quot แสดงว่า พระพุทธศาสนา มิได้สอนให้บุคคลเป็นฝ่ายแพ้ เพื่อคงความเป็นพระไว้ และมิได้สอนว่า ถ้าเอาชนะไว้ได้จะได้เป็นฝ่ายมาร ทรงสอนตรงข้ามว่า จงรบมารให้ชนะด้วยอาวุธคือปัญญา แต่ขอติงไว้ก่อนว่า ความชนะในที่นี้ มิได้หมายการเอาชนะในการกีฬา เพราะเรื่องของกีฬาเป็นการแข่งขันในด้านสมรรถนะ ทั้งทางกายและทางจิตว่าใครยิ่งหย่อนกว่ากัน ต้องมุ่งความชนะเป็นสำคัญ ผู้ชนะในการกีฬาย่อมได้ทั้งเกียรติและชื่อเสียงเป็นที่พอใจ ฉลองชัยชนะกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ความชนะในที่นี้หมายถึงการเอาชนะในการสู้รบกันด้วยกำลัง &quotการเอาชนะคนต้องยอมแพ้กิเลส การเอาชนะ กิเลสต้องยอมแพ้คน แล้วจะชนะตนได้ในที่สุด&quot คนที่มุ่งเอาชนะคนอื่นชนิด ตาต่อตา ฟันต่อฟัน คือถ้าฝ่ายหนึ่งแรงมาก็ต้องตอบโต้ให้แรงกว่า จึงจะเอาชนะได้ วิธีการเช่นนี้เป็นวิธีการของเราท่านผู้ยังมีกิเลส และตัวกิเลสนั้นแหละบงการให้เอาชนะเช่นนั้น กิเลสที่เป็นนายใหญ่มีอยู่ ๓ ตัว คือ โลภะ ความโลภ โทสะ ความโกรธ และโมหะ ความหลง ผู้ต่อสู้เพื่อต้องการความชนะดังกล่าว มักถูกกิเลสตัวใดตัวหนึ่งบีบบังคับ อาจเป็นโลภะ ความอยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่ โทสะ ความโกรธแค้น หรือโมหะ ความหลงใหลเข้าใจว่าความชนะเหนือผู้อื่นเป็นเกียรติและสง่างามเป็นต้น ผู้ที่จะเอาชนะ ตามแบบดังกล่าว ต้องมีกิเลสเกิดในใจก่อนจึงคิดต่อสู้เอาชนะ และยิ่งกิเลสเกิดรุนแรงเพียงไร ก็ต่อสู้อย่างรุนแรงเพียงนั้น แสดงว่าเราแพ้กิเลสจึงมุ่งเอาชนะคน การชนะแบบธรรมวิธี แม้จะมีกิเลสมาบังคับให้สู้รบเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ แต่เราฝืนกิเลสโดยไม่ทำตามบงการ และไม่สู้รบตบมือด้วย ซึ่งดูเหมือนเราเป็นฝ่ายแพ้ แต่ที่จริงเราเอาชนะกิเลสที่มาบังคับได้มากกว่า ลักษณะการเอาชนะกิเลสดังกล่าวมานี้ คือ ลักษณะของคนที่สามารถเอาชนะตัวเองได้ โดยไม่ยอมให้โลภ โกรธ หลงมาบงการชีวิต --&gt&gt ในหลักทฤษฎีการเอาชนะตามพุทธวิธี ในราโชวาทชาดก (๒๗/๑๕๑/๕๐) ได้แสดงโดยสังเขป เมื่อพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัต ครองกรุงพาราณสี ทรงครองราชย์โดยธรรม วินิจฉัยอรรถคดีโดยไม่ล่วงอคติ ทำให้มหาอำมาตย์ฝ่ายวินิจฉัยคดีวินิจฉัยอรรถคดีโดยธรรม ดำเนินตามจริยาวัตรของพระเจ้าแผ่นดินอย่างเคร่งครัด จนกระทั่งโรงศาลอันเป็นที่วินิจฉัยคดีว่างเปล่า เพราะไม่มีคดีขึ้นศาล พระโพธิสัตว์จึงทรงดำริว่า เมื่อไม่ต้องวินิจฉัยคดีของประชาชน ก็ควรหันมาพิจารณาโทษของตนเองว่า มีอะไรบกพร่องบ้างจะได้แก้ไขเสีย จึงทรงสืบเสาะหาความผิดของพระองค์เองโดยทางลับ เริ่มแต่คนใกล้ชิดในพระราชวังจนกระทั่งชาวพระนครโดยทั่วไป ก็ไม่เห็นใครตำหนิติโทษพระองค์ มีแต่คนสรรเสริญ จึงคิดจะสืบต่อไปในชนบทด้วย เมื่อคิดดังนั้นจึงปลอมพระองค์เสด็จโดยรถไปกับนายสารถี เพื่อสืบเสาะความผิดของพระองค์ในทางลับ เมื่อเสด็จสืบเสาะไปจนทั่วเขตพระราชอาณาจักรก็ไม่ทรงเห็นผู้ใดกล่าวโทษของพระองค์ มีแต่คนกล่าวสรรเสริญ จึงเสด็จจากชายแดนเพื่อกลับพระนคร ในเวลาเดียวกัน พระเจ้าพัลลิกะราชาแห่งแคว้นโกศล ก็กำลังเสด็จ ตรวจชายแดน ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับพาราณสี บังเอิญขับรถมาสวนกันในทางแคบ รถไม่สามารถหลีกกันได้ นายสารถีทั้ง ๒ ฝ่าย จึงหยุดรถเพื่อเจรจาขอให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอยรถ เพื่อหลีกให้อีกฝ่ายหนึ่งผ่านไปก่อน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมซึ่งกันและกัน จึงตกลงสอบคุณสมบัติของพระราชาทั้ง ๒ ว่า พระราชาองค์ใดมีคุณสมบัติหรือคุณธรรมสูงกว่า ก็จะได้ให้ฝ่ายมีคุณธรรมต่ำกว่าหลีกทางให้ นายสารถีทั้ง ๒ จึงสอบถามถึงคุณสมบัติ เริ่มแต่ปริมาณราชสมบัติ กำลังพล ทรัพย์ ชาติ โคตร ตลอดจนพื้นภูมิประเทศ ผลการตรวจสอบทางคุณสมบัติปรากฏว่า ไม่มีของพระราชาองค์ใดเหลื่อมล้ำต่ำสูงกว่ากัน จึงหันมาถามถึงเรื่องคุณธรรมและศีลาจารวัตรต่อไป นายสารถีฝ่ายพระเจ้าพรหมทัตถามขึ้นว่า &quotท่านผู้เจริญ ศีลและมารยาทแห่งพระราชาของท่านเป็นอย่างไร ?&quot นายสารถีฝ่ายพระเจ้าพัลลิกะตอบด้วยความภูมิใจว่า ทฬฺหํ ทฬฺหสฺส ขิปติ พลฺลิโก มุทุนา มุทุ สาธุมฺปิ สาธุนา เชติ อสาธุมฺปิ อสาธุนา เอตาทิโส อยํ ราชา มคฺคา อุยฺยาหิ สารถีติ. &quotพระเจ้าพัลลิกราชทรงใช้ความกระด้างต่อผู้กระด้าง ทรงชนะคนอ่อนโยนด้วยความอ่อนโยน ทรงชนะคนไม่ดีด้วยความไม่ดี พระราชาของเราเป็นเช่นนี้ แน่ะนายสารถี ! ท่านจงหลีกทางให้พระราชาของเราเถิด.&quot นายสารถีฝ่ายพระเจ้าพรหมทัตกล่าวย้ำว่า &quotนี่คือคุณธรรมของพระราชาของท่านหรือ ?&quot เมื่อนายสารถีฝ่ายพระเจ้าโกศลยืนยันว่า &quotใช่&quot นายสารถีฝ่ายพระเจ้าพรหมทัตจึงตอบว่า &quotถ้าสิ่งนี้ท่านกล่าวว่าเป็นคุณ แล้วสิ่งที่ไม่เป็นคุณเล่าจะหนักหนาขนาดไหน&quot นายสารถีของพระเจ้าพัลลิกะจึงตอบว่า &quotแม้การกระทำเช่นนี้จะมีโทษก็ช่างเถอะ แล้วพระราชาของท่านล่ะ มีคุณสมบัติเช่นไร&quot นายสารถีฝ่ายพระเจ้าพรหมทัตจึงกล่าวตอบว่า อกฺโกเธน ชิเน โกธํ อสาธํ สาธุนา ชิเน ชิเน กทริยํ ทาเนน สจฺเจนาลิกวาทินํ เอตาทิโส อยํ ราชา มคฺคา อุยฺยาหิ สารถีติ &quotพระเจ้าพาราณสีทรงชนะความโกรธด้วยความไม่ โกรธ ทรงชนะคนไม่ดีด้วยความดี ทรงชนะคนตระหนี่ ด้วยการใหั ทรงชนะคนพูดเหลาะแหละด้วยคำสัตย์ พระราชาพระองค์นี้เป็นเช่นนี้ แน่ะนายสารถี ! ท่านจงหลีกทางถวายพระราชาของเราเถิด เมื่อนายสารถีของพระเจ้าพาราณสีกล่าวจบ พระเจ้าพัลลิกะและนายสารถีก็ลงจากรถ ปลดม้า ถอยรถ ถวายทางแด่พระเจ้าพาราณสี พระเจ้าพาราณสีให้โอวาทแก่พระเจ้าพัลลิกะว่า &quotธรรมดาพระราชาควรทรง ธรรมอย่างนี้&quot แล้วเสด็จไปกรุงพาราณส

https://timeline.line.me/post/_dfD9lG2y32ce3ZZ8Fq2wXhHqLHpYb5VNoAwAZJA/1156622072308046336

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม

ธรรมอันทรงคุณค่า บุญมากอุปสรรคน้อย บุญน้อยอุปสรรคมาก คนมีบุญมาก..... อุปสรรคชีวิตก็น้อย คนมีบุญน้อย...อุปสรรคชีวิตก็มาก นี่คือความจริงที่ต้องศึกษากันให้ดี เป็นโชคของเราที่ได้รับความรู้นี้จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราจึงต้องสั่งสมบุญกันให้มากๆ เข้าไว้ เพราะบุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จ คุณครูไม่ใหญ่ 13 มีนาคม 2550 Laungpor Dhammajayo’s teaching More Merit… Less Obstacles The more merit we have the fewer obstacles we will encounter in life, and vice versa. This is a truth that we should take into consideration. Fortunately, we have a chance to learn the teachings of the Lord Buddha. Therefore, we should accumulate more merit through good deeds because they are the source of our happiness and success March 13 B.E.2550 􀔃􀄁double arrow left􏿿ปลื้มสุด ๆ ทบทวนบุญ "วันคุ้มครองโลก" 􂠁􀅮*􏿿พิธีตักบาตรสามเณรครั้งประวัติศาสตร์ 􂠁􀅮*􏿿พิธีทอดผ้าป่า 􂠁􀅮*􏿿พิธีเปิดม่านบรมจักรพรรดิโบสถ์พระไตรปิฎก https://youtu.be/b7Dr6PoOvi4 A Biography of Venerable Dhammajayo Click here https://www.facebook.com/1634401106881919/videos/1774905512558931/ #บูชามหาปูชนียาจารย์ #สวดธรรมจักร # วิสาบูชา #เอาบุญให้คุณแม่ #ไว้สอนตัวเองวันละนิด #แบ่งปันเป็นธรรมทาน

#สัพพะทานังธัมมะทานังชินาติ #การให้ธรรมทานย่อมชนะการให้ทั้งปวง #เพราะให้อะไรจะประเสริฐเท่ากับการให้ธรรมะอันเป็นหนทางสวรรค์และพระนิพพานนั้นไม่มีเลย #และบทสวดธรรมจักรคือยอดของคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า #ที่ทำให้มีผู้บรรลุธรรมและพ้นทุกข์ตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า #ดังนั้นปีใหม่นี้อย่าลืมชวนกันสวดธรรมจักรกันทุกๆท่านนะจะได้เป็นของขวัญปีใหม่ #ที่ล้ำค่ากว่าสิ่งใดและนำความสุขที่แท้จริงมาสู่ชีวิตและครอบครัวตบอดไป #เมื่อวานนี้ได้ไปโปรดโยมแม่และพี่สาวที่กรุงเทพพาท่านสวดธรรมจักรนํานั่งสมาธิอีกทั้งถวายภัตตาหาร #และมอบลำโพงสวดธรรมจักรให้โยมแม่ได้เปิดฟังและไว้ฝึกสวดตามอีก1เครื่องด้วย #เป็นการมอบของขวัญปีใหม่ให้ท่านในวาระใกล้วันปีใหม่จะถึงนี้☺🙂 #และได้ชวนท่านมาร่วมสวดธรรมจักรให้ครบพันล้านจบที่วัดในวันที่31นี้ร่วมตักบาตปีใหม่ #กับต้อนรับคณะสงฆ์ธรรมยาตราในวันที่2 มค.นี้ด้วย #ให้ได้บุญใหญ่บุญมากในครั้งนี้ด้วยกันนะ