#พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยงมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา #ทุกๆชีวิตที่เกิดมาย่อมนำความแก่ชราความเจ็บและความตายมาพร้อมกันกับการเกิดด้วยกันทั้งสิ้น #ดังนั้นบุคคลจงอย่าประมาทในชีวิต #จงมั่นสั่งสมบุญอยู่เป็นนิจเพราะบุญเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งของเราทั้งหลายทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ☺️#แม้กายป่วยใจยังใสก้อสามารถสั่งสมบุญบารมีเรื่อยไปให้สมคุณค่าที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ #เป็นลูกพระธัมผู้รู้เป้าหมายว่า...#เกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้งแสวงบุญสร้างบารมี🌅🚴 #ช่วงนี้ก็ยังพักรักษาตัวหลังจากผ่าตัดแก้วแหวนหูด้านขวาเมื่อวันที่ 16 ที่ผ่านมา #และเมื่อวันที่ 18 ที่ผ่านมาก็ได้เดินทาง🚴ไปกัมพูชาเพื่อไปค้างคืน 1 คืนเผื่อจะได้รักษาอนิสงพรรษาโดยมีคุณโยมมหาเศรษฐีใจบุญลูกพระธัม 2 ท่านให้ใช้รถช่วยขับไปส่งถึงวัดที่ประเทศกัมพูชาเลยทีเดียว #ก่อนกลับเมืองไทยก็ได้ให้คุณโยมได้เห็นสิ่งอัศจรรย์ล้ำค่าที่ประเทศกัมพูชาคือนครวัดกันก่อน #ได้ไปชมและทางประวัติศาสตร์เป็นที่ระลึกเล็กน้อยและก็กลับมาเมืองไทยต่อ #ในระหว่างที่เดินทางไปกลับก็ได้สวดธรรมจักรไปด้วยสวดทำวัตรเช้าวัตรเย็นไปด้วยเพื่อรักษากิจวัตรสงฆ์และเพื่อสั่งสมบุญบารมีทุกอนุวินาทีไม่ได้ให้ขาดตกบกพร่อง #และช่วงเพลเมื่อวานนี้ก็ได้แวะไปฉันภัตตาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อนถึงนครวัดชื่อร้านว่า..#ศูนย์อาหารศูนย์แห่งความรักทุ่งนา100😊 #ช่วงที่ทหารผลัดทหารเสร็จนะจ่ายค่าอาหารแล้วจึงได้มองไปรอบด้านของศูนย์อาหารจึงเห็นว่าเป็นทุ่งนาโล่งๆรอบทิศแต่ต้นข้าว 90 กว่าเปอร์เซ็นต์อยู่แห้งสีเหลืองเพราะไม่มีฝนเลยเก่งคิดว่าน่าจะจะทำบุญอะไรสักอย่างนะจะได้ให้เที่ยวดาแถวนี้ได้บุญใหญ่จะได้ทำให้มีฝนตกให้เช่านาได้เก็บเกี่ยวผลข้าวได้ตามปรารถนาเจไดให้เจ้าหน้าที่เดี๋ยวเถ้าแก่มาสนทนาธรรมและชวนตักบาตรสวดธรรมจักรและสิ่งที่อัศจรรย์พระเอกไม่น่าเชื่อคือเมื่อวานนี้เองตรงกับวันเกิดของเจ้าของร้านพอดีจึงได้ชวนสวดธรรมจักรนั่งสมาธิในบัดดลในเวลา 13:00 นมันเองแล้วก็ได้เล่าอานิสงส์ของบทสวดธรรมจักรเล่าประวัติความเป็นมาของการสร้างบารมีส่วนตัวที่ไปบุกเบิกสร้างบารมีที่กัมพูชา5เดือนที่ผ่านมา #และที่ไม่น่าเชื่อไปกว่านั้นคือ..#เจ้าของร้านพูดภาษาไทยได้คล่องเลยทีเดียวเพราะเคยมาทำงานในเมืองไทยอยู่หลายปี และได้ร่วมบุญค่าเดินทางมาจำนวนหลายหมื่นเรียลเลยที่เดียว แล้วเจ้าของร้านก็ยินดีที่จะจัดตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง,สวดธรรมจักรในวันอาทิตย์ที่ 25 จะถึงนี้ด้วย #ถือว่าการสนทนาธรรมกับเจ้าของร้านเพียงไม่กี่วินาทีสร้างความศรัทธาความเลื่อมใส #ความปลื้มปิติใจแด่เจ้าของร้านจนมีน้ำตาซึ้งเช่นนี้ก็ล้วนแต่เป็นอานิสงส์เป็นอนุภาพแห่งบทธรรมจักรและล้วนเป็นเพราะบารมีธรรมของมหาปูชนียาจารย์ทั้งสิ้น ที่ได้ให้ทำงานเผยแผ่พุทธศาสนาวิชชาธรรมกายได้ทุกย่างก้าวทุกเส้นทางโดยไม่มีข้อแม้และเงื่อนไขเช่นนี้ #สรุปวันที่18,19ที่ผ่านมาใช้ระยะทางเดินทาง1400กว่ากม.เพื่อรักษาอานิสงส์พรรษา,เพื่อให้กำลังใจท่านมหาเศรษฐีผู้ใจบุญที่อุสาห์ขับรถไปส่งถึงกัมพูชาและกลับวัดใหญ่􀂍􀁺􀨁􀄧folded hands􏿿􀴂􀅿thankyou􏿿􀬁􀅨grateful􏿿 #บัดนี้ก็ยังพักรักษาตัวบนชั้น 4 ของอาคารบุญรักษาอยู่ว่างๆก็สวดธรรมจักร,นั่งสมาธิสวดทบทวรบทปาฏิโมกข์เพื่อให้ใจอยู่ในบุญกุศลอยู่ในธรรมะของพระพุทธเจ้าเช่นกัน (#หากรูปใด/ท่านใดสะดวกก้อสามารถนิมนต์,เรียนเชิญมาเยี่ยมให้กำลังใจหรือจะซื้อปานะมาถวายก้ออนุโมทนาน่ะ☺️😊) (#บันทึกการสร้างบารมีของลูกพระธัมชาวกัมพูชา (ผู้เขียน=พ.โซ) 18 19 และ 20 สิงหาคม 2562) #ขอเอาบุญมาฝากพอจ. พพภต.และพสหธมทุกรูปกับลูกพระธัมผู้อ่านทุกท่านนะ

https://timeline.line.me/post/_dfD9lG2y32ce3ZZ8Fq2wXhHqLHpYb5VNoAwAZJA/1156630269808046578

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม

“ลูกนิมิต พัทธสีมา” “นิมิต” แปลว่า “เครื่องหมาย” “ลูกนิมิต” ตามความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง “ลูกที่ทำกลม ๆ ประมาณเท่าบาตร มักทำด้วยหินใช้ฝังเป็นเครื่องหมายเขตอุโบสถ” ส่วนพจนานุกรมฉบับมติชนให้ความหมายว่า “ก้อนหินที่วางบอกเขตพัทธสีมาในการทำสังฆกรรม” สรุปแล้ว “ลูกนิมิต” ก็คือ ลูกหินกลม ๆ มีขนาดเท่าบาตรของพระสงฆ์ ที่ใช้ฝังเพื่อเป็นเครื่องหมายบอกให้ทราบว่า ตรงไหนเป็นเขตของอุโบสถหรือโบสถ์เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้เป็นที่ประกอบสังฆกรรมนั่นเอง เพราะคำว่า “ นิมิต” แปลว่า “เครื่องหมาย” อุโบสถ (อ่านว่า อุโบสด) ถือเป็นอาคารที่สำคัญภายในวัดเนื่องจากเป็นสถานที่ที่พระภิกษุสงฆ์ใช้ทำ สังฆกรรมซึ่งแต่เดิมในการทำสังฆกรรมของพระภิกษุสงฆ์จะใช้เพียงพื้นที่โล่ง ๆ ที่กำหนดขอบเขตพื้นที่สังฆกรรมโดยการกำหนดตำแหน่ง “สีมา” เท่านั้น แต่ในปัจจุบันจากการมีผู้มาอุปสมบทบรรพชามากขึ้น อีกทั้งภายในพระอุโบสถมักประดิษฐานพระประธานที่เป็นพระพุทธรูปองค์สำคัญ ๆ ทำให้มีผู้มาสักการะบูชา และ ร่วมทำบุญเป็นจำนวนมากพระอุโบสถจึงถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารถาวร และมักมีการประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ยังมีอีกมีหลายความหมาย คือ หมายถึง สถานที่ที่พระสงฆ์ ประชุมทำสังฆกรรมตามพระวินัย เช่นสวดพระปาติโมกข์ในวันพระทุกกึ่งเดือน ขึ้น ๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ และแรม ๑๔ ค่ำหรือ ๑๕ ค่ำ หรือ การอุปสมบทบรรพชาเป็นพระภิกษุ หรือการสวดเข้าอยู่ปริวาสกรรม ของพระภิกษุสงฆ์ หรือสังฆกรรมใด ๆ ที่ต้องเกิดขึ้นในอุโบสถ ตามพระวินัยบัญญัติ เรียกตามคำวัดว่า อุโบสถาคาร บ้าง อุโบสถัคคะ บ้าง แต่เรียกโดยทั่วไปว่า โบสถ์ 1.การเข้าจำ คือการรักษาศีล ๘ ของอุบาสก อุบาสิกา ในวันขึ้นและแรม ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ เรียกว่า รักษาอุโบสถ และรักษาอุโบสถศีล 2.วันพระหรือวันฟังธรรมของคฤหัส วันขึ้นและแรม ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ซึ่งเป็นวันที่คฤหัสถ์รักษาอุโบสถกัน เรียกว่า วันอุโบสถ 3.วันที่พระสงฆ์ลงฟังพระปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือน เรียกว่า วันอุโบสถ 4.การสวดพระปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือนหรือทุกวันอุโบสถของพระสงฆ์ เรียกว่า การทำอุโบสถ 5.โบสถ์ เป็นคำเรียกสถานที่สำหรับพระสงฆ์ใช้ประชุมกันทำสังฆกรรมตามพระวินัย เช่น สวดพระปติโมกข์ ให้อุปสมบท มีสีมาเป็นเครื่องบอกเขต คำว่า โบสถ์เป็นคำที่ใช้เฉพาะในพระพุทธศาสนา 6.โบสถ์ เรียกเต็มคำว่า อุโบสถ หรือ โรงอุโบสถ ถ้าเป็นของพระอารามหลวงเรียกว่า พระอุโบสถ บางถิ่นเรียกว่า สีมา หรือ สิม 7.โบสถ์ เป็นสถานที่ศักดิ์ศิทธิ์ เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า เป็นเขตแดนที่พระเจ้าแผ่นดิน พระราชทานให้แก่สงฆ์เป็นพิเศษ เรียกว่าพระราชทาน วิสุงคามสีมา ก่อนที่จะมาเป็นโบสถ์ที่ถูกต้องตามพระวินัยจะต้องมีสังฆกรรมที่เรียกว่า ผูกสีมา หรือ ผูกพัทธสีมา ก่อน 🌟มูลเหตุความเป็นมา🌟 ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาและมีผู้มาขออุปสมบทบรรพชา เป็นพระสาวก พระพุทธองค์ทรงประทาน “เอหิภิกขุ” ให้ได้สำเร็จเป็นพระภิกษุสงฆ์ดังประสงค์ เมื่อมีพระภิกษุสงฆ์มากถึงจำนวน ๖๐ รูปเป็นพระสงฆ์สาวกในเวลาอันรวดเร็วนั้น พระพุทธองค์ทรงมีพระพุทธประสงค์ให้พระภิกษุสงฆ์สาวกเหล่านั้น กระจายกันออกจาริกไปยังทิศต่าง ๆ เพื่อเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ จึงทำให้ผู้ที่ได้ฟังพระธรรมนั้นมีความเลื่อมใสศรัทธาประสงค์ที่จะขออุปสมบทบรรพชา เป็นพระสาวกมากขึ้น พระภิกษุสงฆ์สาวกเหล่านั้นก็จะนำผู้ที่จะขออุปสมบทบรรพชาในพระพุทธศาสนา มาเข้าเฝ้าสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทรงพระเมตตาประทานการอุปสมบทบรรพชาให้แด่ผู้มีจิตศรัทธาเหล่านั้น ซึ่งพระภิกษุสงฆ์สาวกที่ออกจาริกเผยแผ่พระธรรมคำสอนและพระพุทธศาสนาไปยังดินแดนต่าง ๆ นั้นต่างก็อยู่ห่างไกลจากที่พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ จึงทำให้การเดินทางกลับมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์เป็นไปด้วยความยากลำบาก เมื่อเป็นดังนี้ พระพุทธองค์ทรงคำนึงถึงความลำบากของเหล่าพระสงฆ์สาวกในการเดินทาง พระองค์จึงทรงมีพระกรุณาธิคุณ โดยมีพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุสงฆ์สาวกเหล่านั้นทำการอุปสมบทบรรพชาให้กับผู้มีความเลื่อมใสศรัทธา โดยมิต้องสร้างความยุ่งยากลำบากในการนำผู้ที่ประสงค์จะขออุปสมบทบรรพชามาเข้าเฝ้าขอบรมพุทธานุญาตจากพระพุทธองค์ เป็นการลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลำบากแก่เหล่าพระสงฆ์สาวก และการที่พระภิกษุสงฆ์สาวกออกไปอยู่ห่างไกลจากพระพุทธองค์นั้น ประการหนึ่งนั้นก็เท่ากับห่างจากการฟังพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ ซึ่งในสมัยพุทธกาลนั้นพระธรรม พระวินัยต่าง ๆ ที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ให้พระสงฆ์สาวกปฏิบัติตามนั้นยังไม่มีการจดบันทึกรวบรวมไว้เป็นคัมภีร์ หรือรวบรวมเป็นพระไตรปิฏกจัดแยกหมวดหมู่ดังเช่นปัจจุบัน ดังนั้น พระธรรม พระวินัยต่าง ๆ นั้น จึงต้องอาศัยการจดจำท่องจำโดยการสวดสืบต่อ ๆ กัน เรียกว่าการสวดพระปาติโมกข์ อีกทั้ง เมื่อมีเหตุการณ์ใดที่พระสงฆ์สาวกจะต้องตัดสินใจร่วมกัน ให้พระสงฆ์ได้มีการปรึกษาหารือเพื่อแก้ปัญหา หรือทำกิจบางประการร่วมกัน ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงได้กำหนดให้พระสงฆ์ต้องประชุมร่วมกันหรือที่เรียกว่า ทำสังฆกรรม คือทำกิจของสงฆ์ให้สำเร็จลุล่วง เช่น การทบทวนพระธรรมวินัย ที่พระพุทธองค์ทรงกำหนดไว้ หรือเรียกว่า การสวดพระปาติโมกข์ การอุปสมบทบรรพชา หรือการบวชพระ การกรานกฐิน และการปวารณากรรม เป็นต้น โดยกำหนดให้ทำสังฆกรรม ในบริเวณที่กำหนดไว้เท่านั้น เพื่อมิให้ฆราวาสมายุ่งเกี่ยวกับกิจของสงฆ์ผู้ทรงศีลโดยเฉพาะ แต่เนื่องจากในสมัยต้นพุทธกาลนั้นพระภิกษุยังไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน แม้ต่อมาพระเจ้าพิมพิสาร มหาราชแห่งแคว้นมคธจะมีศรัทธาถวายพื้นที่สวนไผ่ของราชวงศ์ ให้เป็นวัดแรกในพระพุทธศาสนา ชื่อ วัดเวฬุวัน ให้พระภิกษุสงฆ์โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประธานได้อยู่อาศัย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นป่าตามธรรมชาติ ดังนั้น เมื่อพระสงฆ์ต้องจาริกไปยังที่ต่าง ๆ จึงทรงดำริให้หมายเอาวัตถุบางอย่าง เป็นเครื่องกำหนดเขตแดนขึ้น เรียกว่า การผูกสีมา ซึ่งคำว่า “สีมา” ที่แปลว่า “เขตแดน” ซึ่งพระพุทธองค์ได้กำหนดไว้มี ๘ ประการ และเรียกเครื่องหมายบอกเขตแดนนี้ว่า “นิมิต” แต่นิมิตเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้การกำหนดเขตแดนที่จะทำสังฆกรรมกำหนดสถานที่ประชุมสงฆ์ทำได้ยากและมักคลาดเคลื่อน เช่น หากใช้ต้นไม้เป็นสิ่งบอกเขต แต่เมื่อต้นไม้นั้นล้มตายลง หรือหักโค่นจนตายไป ก็ทำให้เขตที่อาศัยต้นไม้นั้นเป็นสัญลักษณ์ก็จะคลาดเคลื่อนไป ต่อมาจึงได้มีการพัฒนากำหนดนิมิตขึ้นใหม่อีกประเภทหนึ่งขึ้นแทน คือ เป็นนิมิตที่จัดสร้างหรือทำขึ้นเฉพาะ เช่น ขุดบ่อน้ำ คูน้ำ สระน้ำ และก้อนหิน โดยเฉพาะก้อนหินเป็นที่นิยมกันมากเพราะทนทานและเคลื่อนย้ายได้ยาก ครั้นเมื่อเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้นจึงได้มีการประดิษฐ์ก้อนหินให้เป็นลูกกลม ๆ ประมาณเท่าบาตรของพระสงฆ์เป็นอย่างน้อย เป็นเครื่องหมายที่ค่อนข้างถาวรขึ้นแทนและเรียกกันว่า “ลูกนิมิต” ดังที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันรวมถึงมีการเรียกเขตแดนที่ใช้ทำสังฆกรรมนี้ว่า “อุโบสถ หรือ โบสถ์” ซึ่งสมัยก่อนโบสถ์คงมีลักษณะตามธรรมชาติมากกว่าจะเป็นถาวรวัตถุเช่นปัจจุบัน และเมื่อมี “ลูกนิมิต” เป็นเครื่องหมายบอกเขต ต่อมาก็มีพิธีที่เรียกว่าการ “ฝังลูกนิมิต”ขึ้นด้วย ที่มา https://www.phuttha.com “อย่าพลาด!!!บุญใหญ่ ครั้งประวัติศาสตร์” พิธีผูกพัทธสีมาและฝังลูกนิมิตโบสถ์พระไตรปิฎก ณ วัดพระธรรมกาย วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 (อาทิตย์ต้นเดือน) เส้นทางบุญ @Pathofboon