หนุ่มเมียนมาร์น้ำใจงาม นำจักรยานแจกนักเรียนยาจน กว่า 10,000คัน 🚲 #เอเอฟพี - เสียงกริ่งจักรยานดังทั่วบริเวณ เมื่อเด็กๆ ชาวพม่าต่างพากันแข่งปั่นจักรยานจากโรงเรียนกลับบ้าน จักรยานที่ส่งตรงมาจากสิงคโปร์และมาเลเซียเพื่อบริจาคให้เด็กๆ ท่ามกลางความมุ่งหวังว่าเด็กเหล่านี้จะสามารถเดินทางมาเรียนหนังสือได้สะดวกขึ้น นักเรียนหญิงรายหนึ่งกล่าวว่า เธอต้องเดินเท้าไป-กลับจากบ้านและโรงเรียนเป็นระยะทางถึง 10 กิโลเมตร แต่หลังจากได้รับบริจาคจักรยานมือสองนี้แล้ว เธอก็ไม่ต้องใช้เวลาเดินทางนานถึง 2 ชั่วโมงอีกต่อไป “หนูจะมีเวลาเรียนและเล่นกับเพื่อนๆ มากขึ้น” เด็กหญิงเท ซู ไว กล่าวด้วยความตื่นเต้น ขณะขึ้นขี่จักรยานคันใหม่ที่โรงรียนประจำหมู่บ้าน ใกล้นครย่างกุ้ง เด็กหญิงอายุ 11 ปี เป็นหนึ่งในเด็กนักเรียน 200 คนแรก ที่ได้รับบริจาคจักรยาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ #Lesswalk ” ซึ่งเป็นความคิดของผู้ประกอบการหนุ่มชาวมัณฑะเลย์ ไมค์ ทัน ตุน วิน ไมค์ ทัน ตุน วิน เติบโตและศึกษาเล่าเรียนในสิงคโปร์ก่อนเดินทางกลับพม่า พร้อมกับปริญญาด้านธุรกิจ “ผมเห็นเด็กนักเรียนต้องเดินกันนานหลายชั่วโมงเพื่อมาโรงเรียน ผมรู้สึกสงสารพวกเขา” ชายผู้ริเริ่มโครงการ กล่าว ยูนิเซฟประเมินว่า 55% ของเด็กที่อาศัยอยู่ในพม่ามีชีวิตอยู่ในความยากจน ขณะที่ครึ่งหนึ่งของเด็กอายุ 17 ปี เข้าสู่ช่วงวัยผู้ใหญ่โดยได้รับการศึกษาเพียงเล็กน้อยหรือไม่ได้รับการศึกษาเลย เมื่อไมค์ ทัน ตุน วิน ทราบว่าบริษัทที่ดำเนินกิจการให้บริการจักรยานใช้ร่วมกัน หรือ Bike-Sharing เช่น oBike, Ofo และ Mobike ถอนตัวออกจากสิงคโปร์และมาเลเซีย และปล่อยให้จักรยานหลายพันคันถูกทิ้งร้างอยู่ในสุสานจักรยาน เขารีบคว้าโอกาสไว้ นักลงทุนด้านเทคโนโลยีรายนี้ซื้อจักรยาน 10,000 คัน เมื่อต้นปี และส่งจักรยานเหล่านั้นมาที่พม่า หลังปรับเปลี่ยนส่วนล็อกจักรยานเป็นที่นั่งซ้อนท้าย เขาจึงเริ่มส่งมอบรถจักรยานสีส้มและสีเหลืองสดใสให้กับเด็กๆ เขาหวังให้จักรยานมือสองเหล่านี้ช่วยให้เด็กๆ ศึกษาเล่าเรียนได้นานขึ้น ให้เด็กได้รับการศึกษาเพื่อที่จะสามารถหลุดพ้นจากความยากจน จักรยานแต่ละคันมีราคาเพียง 35 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,000 บาท) รวมทั้งค่าขนส่งและแจกจ่าย โดยไมค์ ทัน ตุน วิน ดูแลค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งมีผู้สนับสนุนช่วยเหลือ นครย่างกุ้งเป็นที่แรกในการดำเนินโครงการ Lesswalk หลังจากนั้นโครงการจะดำเนินต่อในเขตมัณฑะเลย์และเขตสะกายช่วงปลายเดือนนี้ เด็กๆ ที่อายุระหว่าง 13-16 ปี ที่อาศัยอยู่ห่างจากโรงเรียนมากกว่า 2 กิโลเมตร จะได้รับรถจักรยานเป็นรายแรกๆ “ผู้ปกครองเด็กๆ ส่วนใหญ่ยากจน เด็กหลายคนไม่มีแม้กระทั่งร่ม พวกเขาใช้แค่พลาสติกคลุมหัวตอนฝนตก” นี นี วิน ครูใหญ่ประจำโรงเรียนที่จัดกิจกรรม กล่าว ไมค์ ทัน ตุน วิน กล่าวว่าเป้าหมายของโครงการคือรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ และส่งมอบจักรยานให้ได้ทั้งหมด 100,000 คันในระยะเวลา 5 ปี “พวกมันอาจดูไม่มีค่าอะไรในสิงคโปร์ แต่จักรยานเหล่านี้มีค่าในประเทศที่ยากจนกว่า” ไมค์ ทัน ตุน วิน กล่าว. Mandalay tech investor, Mike Than Tun Win, bought up 10,000 🚲 earlier this year from Singapore and Malaysia and had them shipped to Myanmar. He took the opportunity as he had felt sorry for students who had to walk for many hours to get to school. For 11-year-old Thae Su Wai, she will no longer need to trudge 10km for 2 hours to and from lessons. I'll have more time to study and play with friends, she said, as she wheeled her new 🚲 away. http://str.sg/oCne #mgronline #ไมค์ทันตุนวิน #แจกจักรยานมือสอง #Lesswalk #Bike-Sharing #oBike #Ofo #Mobike #myanmar #เมียนมาร์ #พม่า #สหพันธ์มหาเปรียญฯ

https://timeline.line.me/post/_dchCJy21QUsYhPTNtkGo8RHLZmNzidraVZ3xo_w/1156110428206017092

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม

“ลูกนิมิต พัทธสีมา” “นิมิต” แปลว่า “เครื่องหมาย” “ลูกนิมิต” ตามความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง “ลูกที่ทำกลม ๆ ประมาณเท่าบาตร มักทำด้วยหินใช้ฝังเป็นเครื่องหมายเขตอุโบสถ” ส่วนพจนานุกรมฉบับมติชนให้ความหมายว่า “ก้อนหินที่วางบอกเขตพัทธสีมาในการทำสังฆกรรม” สรุปแล้ว “ลูกนิมิต” ก็คือ ลูกหินกลม ๆ มีขนาดเท่าบาตรของพระสงฆ์ ที่ใช้ฝังเพื่อเป็นเครื่องหมายบอกให้ทราบว่า ตรงไหนเป็นเขตของอุโบสถหรือโบสถ์เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้เป็นที่ประกอบสังฆกรรมนั่นเอง เพราะคำว่า “ นิมิต” แปลว่า “เครื่องหมาย” อุโบสถ (อ่านว่า อุโบสด) ถือเป็นอาคารที่สำคัญภายในวัดเนื่องจากเป็นสถานที่ที่พระภิกษุสงฆ์ใช้ทำ สังฆกรรมซึ่งแต่เดิมในการทำสังฆกรรมของพระภิกษุสงฆ์จะใช้เพียงพื้นที่โล่ง ๆ ที่กำหนดขอบเขตพื้นที่สังฆกรรมโดยการกำหนดตำแหน่ง “สีมา” เท่านั้น แต่ในปัจจุบันจากการมีผู้มาอุปสมบทบรรพชามากขึ้น อีกทั้งภายในพระอุโบสถมักประดิษฐานพระประธานที่เป็นพระพุทธรูปองค์สำคัญ ๆ ทำให้มีผู้มาสักการะบูชา และ ร่วมทำบุญเป็นจำนวนมากพระอุโบสถจึงถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารถาวร และมักมีการประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ยังมีอีกมีหลายความหมาย คือ หมายถึง สถานที่ที่พระสงฆ์ ประชุมทำสังฆกรรมตามพระวินัย เช่นสวดพระปาติโมกข์ในวันพระทุกกึ่งเดือน ขึ้น ๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ และแรม ๑๔ ค่ำหรือ ๑๕ ค่ำ หรือ การอุปสมบทบรรพชาเป็นพระภิกษุ หรือการสวดเข้าอยู่ปริวาสกรรม ของพระภิกษุสงฆ์ หรือสังฆกรรมใด ๆ ที่ต้องเกิดขึ้นในอุโบสถ ตามพระวินัยบัญญัติ เรียกตามคำวัดว่า อุโบสถาคาร บ้าง อุโบสถัคคะ บ้าง แต่เรียกโดยทั่วไปว่า โบสถ์ 1.การเข้าจำ คือการรักษาศีล ๘ ของอุบาสก อุบาสิกา ในวันขึ้นและแรม ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ เรียกว่า รักษาอุโบสถ และรักษาอุโบสถศีล 2.วันพระหรือวันฟังธรรมของคฤหัส วันขึ้นและแรม ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ซึ่งเป็นวันที่คฤหัสถ์รักษาอุโบสถกัน เรียกว่า วันอุโบสถ 3.วันที่พระสงฆ์ลงฟังพระปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือน เรียกว่า วันอุโบสถ 4.การสวดพระปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือนหรือทุกวันอุโบสถของพระสงฆ์ เรียกว่า การทำอุโบสถ 5.โบสถ์ เป็นคำเรียกสถานที่สำหรับพระสงฆ์ใช้ประชุมกันทำสังฆกรรมตามพระวินัย เช่น สวดพระปติโมกข์ ให้อุปสมบท มีสีมาเป็นเครื่องบอกเขต คำว่า โบสถ์เป็นคำที่ใช้เฉพาะในพระพุทธศาสนา 6.โบสถ์ เรียกเต็มคำว่า อุโบสถ หรือ โรงอุโบสถ ถ้าเป็นของพระอารามหลวงเรียกว่า พระอุโบสถ บางถิ่นเรียกว่า สีมา หรือ สิม 7.โบสถ์ เป็นสถานที่ศักดิ์ศิทธิ์ เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า เป็นเขตแดนที่พระเจ้าแผ่นดิน พระราชทานให้แก่สงฆ์เป็นพิเศษ เรียกว่าพระราชทาน วิสุงคามสีมา ก่อนที่จะมาเป็นโบสถ์ที่ถูกต้องตามพระวินัยจะต้องมีสังฆกรรมที่เรียกว่า ผูกสีมา หรือ ผูกพัทธสีมา ก่อน 🌟มูลเหตุความเป็นมา🌟 ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาและมีผู้มาขออุปสมบทบรรพชา เป็นพระสาวก พระพุทธองค์ทรงประทาน “เอหิภิกขุ” ให้ได้สำเร็จเป็นพระภิกษุสงฆ์ดังประสงค์ เมื่อมีพระภิกษุสงฆ์มากถึงจำนวน ๖๐ รูปเป็นพระสงฆ์สาวกในเวลาอันรวดเร็วนั้น พระพุทธองค์ทรงมีพระพุทธประสงค์ให้พระภิกษุสงฆ์สาวกเหล่านั้น กระจายกันออกจาริกไปยังทิศต่าง ๆ เพื่อเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ จึงทำให้ผู้ที่ได้ฟังพระธรรมนั้นมีความเลื่อมใสศรัทธาประสงค์ที่จะขออุปสมบทบรรพชา เป็นพระสาวกมากขึ้น พระภิกษุสงฆ์สาวกเหล่านั้นก็จะนำผู้ที่จะขออุปสมบทบรรพชาในพระพุทธศาสนา มาเข้าเฝ้าสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทรงพระเมตตาประทานการอุปสมบทบรรพชาให้แด่ผู้มีจิตศรัทธาเหล่านั้น ซึ่งพระภิกษุสงฆ์สาวกที่ออกจาริกเผยแผ่พระธรรมคำสอนและพระพุทธศาสนาไปยังดินแดนต่าง ๆ นั้นต่างก็อยู่ห่างไกลจากที่พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ จึงทำให้การเดินทางกลับมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์เป็นไปด้วยความยากลำบาก เมื่อเป็นดังนี้ พระพุทธองค์ทรงคำนึงถึงความลำบากของเหล่าพระสงฆ์สาวกในการเดินทาง พระองค์จึงทรงมีพระกรุณาธิคุณ โดยมีพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุสงฆ์สาวกเหล่านั้นทำการอุปสมบทบรรพชาให้กับผู้มีความเลื่อมใสศรัทธา โดยมิต้องสร้างความยุ่งยากลำบากในการนำผู้ที่ประสงค์จะขออุปสมบทบรรพชามาเข้าเฝ้าขอบรมพุทธานุญาตจากพระพุทธองค์ เป็นการลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลำบากแก่เหล่าพระสงฆ์สาวก และการที่พระภิกษุสงฆ์สาวกออกไปอยู่ห่างไกลจากพระพุทธองค์นั้น ประการหนึ่งนั้นก็เท่ากับห่างจากการฟังพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ ซึ่งในสมัยพุทธกาลนั้นพระธรรม พระวินัยต่าง ๆ ที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ให้พระสงฆ์สาวกปฏิบัติตามนั้นยังไม่มีการจดบันทึกรวบรวมไว้เป็นคัมภีร์ หรือรวบรวมเป็นพระไตรปิฏกจัดแยกหมวดหมู่ดังเช่นปัจจุบัน ดังนั้น พระธรรม พระวินัยต่าง ๆ นั้น จึงต้องอาศัยการจดจำท่องจำโดยการสวดสืบต่อ ๆ กัน เรียกว่าการสวดพระปาติโมกข์ อีกทั้ง เมื่อมีเหตุการณ์ใดที่พระสงฆ์สาวกจะต้องตัดสินใจร่วมกัน ให้พระสงฆ์ได้มีการปรึกษาหารือเพื่อแก้ปัญหา หรือทำกิจบางประการร่วมกัน ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงได้กำหนดให้พระสงฆ์ต้องประชุมร่วมกันหรือที่เรียกว่า ทำสังฆกรรม คือทำกิจของสงฆ์ให้สำเร็จลุล่วง เช่น การทบทวนพระธรรมวินัย ที่พระพุทธองค์ทรงกำหนดไว้ หรือเรียกว่า การสวดพระปาติโมกข์ การอุปสมบทบรรพชา หรือการบวชพระ การกรานกฐิน และการปวารณากรรม เป็นต้น โดยกำหนดให้ทำสังฆกรรม ในบริเวณที่กำหนดไว้เท่านั้น เพื่อมิให้ฆราวาสมายุ่งเกี่ยวกับกิจของสงฆ์ผู้ทรงศีลโดยเฉพาะ แต่เนื่องจากในสมัยต้นพุทธกาลนั้นพระภิกษุยังไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน แม้ต่อมาพระเจ้าพิมพิสาร มหาราชแห่งแคว้นมคธจะมีศรัทธาถวายพื้นที่สวนไผ่ของราชวงศ์ ให้เป็นวัดแรกในพระพุทธศาสนา ชื่อ วัดเวฬุวัน ให้พระภิกษุสงฆ์โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประธานได้อยู่อาศัย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นป่าตามธรรมชาติ ดังนั้น เมื่อพระสงฆ์ต้องจาริกไปยังที่ต่าง ๆ จึงทรงดำริให้หมายเอาวัตถุบางอย่าง เป็นเครื่องกำหนดเขตแดนขึ้น เรียกว่า การผูกสีมา ซึ่งคำว่า “สีมา” ที่แปลว่า “เขตแดน” ซึ่งพระพุทธองค์ได้กำหนดไว้มี ๘ ประการ และเรียกเครื่องหมายบอกเขตแดนนี้ว่า “นิมิต” แต่นิมิตเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้การกำหนดเขตแดนที่จะทำสังฆกรรมกำหนดสถานที่ประชุมสงฆ์ทำได้ยากและมักคลาดเคลื่อน เช่น หากใช้ต้นไม้เป็นสิ่งบอกเขต แต่เมื่อต้นไม้นั้นล้มตายลง หรือหักโค่นจนตายไป ก็ทำให้เขตที่อาศัยต้นไม้นั้นเป็นสัญลักษณ์ก็จะคลาดเคลื่อนไป ต่อมาจึงได้มีการพัฒนากำหนดนิมิตขึ้นใหม่อีกประเภทหนึ่งขึ้นแทน คือ เป็นนิมิตที่จัดสร้างหรือทำขึ้นเฉพาะ เช่น ขุดบ่อน้ำ คูน้ำ สระน้ำ และก้อนหิน โดยเฉพาะก้อนหินเป็นที่นิยมกันมากเพราะทนทานและเคลื่อนย้ายได้ยาก ครั้นเมื่อเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้นจึงได้มีการประดิษฐ์ก้อนหินให้เป็นลูกกลม ๆ ประมาณเท่าบาตรของพระสงฆ์เป็นอย่างน้อย เป็นเครื่องหมายที่ค่อนข้างถาวรขึ้นแทนและเรียกกันว่า “ลูกนิมิต” ดังที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันรวมถึงมีการเรียกเขตแดนที่ใช้ทำสังฆกรรมนี้ว่า “อุโบสถ หรือ โบสถ์” ซึ่งสมัยก่อนโบสถ์คงมีลักษณะตามธรรมชาติมากกว่าจะเป็นถาวรวัตถุเช่นปัจจุบัน และเมื่อมี “ลูกนิมิต” เป็นเครื่องหมายบอกเขต ต่อมาก็มีพิธีที่เรียกว่าการ “ฝังลูกนิมิต”ขึ้นด้วย ที่มา https://www.phuttha.com “อย่าพลาด!!!บุญใหญ่ ครั้งประวัติศาสตร์” พิธีผูกพัทธสีมาและฝังลูกนิมิตโบสถ์พระไตรปิฎก ณ วัดพระธรรมกาย วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 (อาทิตย์ต้นเดือน) เส้นทางบุญ @Pathofboon