https://timeline.line.me/post/_dUIfYSIbWOIe8FhyyTkvrMjivEdlIoDjKnQC0yA/1153320771704032391
พี่โดนรถชน
วันนี้คุณยุทธนา พุกอิ่ม ชื่อเล่นหนึ่ง อายุ38ปี กลับมาพร้อมกับมีเรื่องที่เราหลายคนอาจจะคิดว่ามีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า หากใครสงสัยก็ไปสอบถามได้ที่ วินมอเตอร์ไซด์รับจ้าง หน้าวัดพระธรรมกายเรื่องมีอยู่ว่า
ปรกติแล้วคุณหนึ่งจะทำหน้าที่ ขับรถยนต์ของตนเอง พาผู้เขียนไปบิณฑบาตรทุกเช้าวันอาทิตย์ มายาวนานหลายปีแล้ว
เมื่อหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่เห็นคุณหนึ่ง มารับไปพาบิณฑบาตรเหมือนแต่ก่อน แต่ส่งรถอีกคันมารับแทน
ผู้เขียนจึงถามพระอีกรูปที่ท่านไปบิณฑบาตรด้วยกันว่า โยมหนึ่งหายไปไหน ท่านจึงตอบว่า คุณหนึ่งโดนรถจักรยานยนต์ชนที่คลองสาม พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน หลายวันแล้วครับหลวงพี่
ตอนนั้นในใจก็คิดว่า คุณหนึ่งคงไม่เป็นไรแล้วจึงไม่ได้ตกอกตกใจอะไร
จากวันนั้นถึงวันนี้ก็เป็นเวลานับเดือน ที่คุณหนึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน คุณหนึ่งก็กลับมาพาผู้เขียนไปบิณฑบาตรได้เป็นปรกติอีกครั้ง แต่ที่ฝ่ามือยังคงทิ้งร่องรอยแผลที่เกิด จากท่อไอเสียรถคู่กรณีล้มทับมือ ทำให้ไหม้จนเห็นเนื้อยังแดงแดงเอาไว้
ในขณะที่คุณหนึ่งขับรถกลับจากบิณฑบาตรนั้น คุณหนึ่งก็ได้เล่าให้ฟังว่า ในวันพฤหัสสบดีที่11เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ลูกๆมาหาแล้วบอกว่าอยากจะไปปล่อยปลามี พี่ที่รู้จักกันเขามาชวน
วันนั้นผมเห็นลูกมาชวน ผมไม่อยากขัดใจลูกจึงไปกันทั้งครอบครัว แล้วผมจึงได้พาครอบครัว ปล่อยปลาและถวายสังฆทานด้วยอีกชุดหนึ่ง เราทุกคนปลื้มกันกลับมาเลยครับ
จากนั้นแล้วผมก็กลับมาวิ่งวิน รับ- ส่ง ผู้โดยสาร อยู่ที่หน้าวัดพระธรรมกาย ผมเป็นคนขยันครับ เช้าใชัรถยนต์รับพระบิณฑบาตร ตอนสายก็ใช้รถจักรยานยนต์วิ่งวินทุกวัน
วันเกิดเหตุครับหลวงพี่ คุณหนึ่งเล่าแบบไม่ต้องคิด เพราะทุกอย่างติดอยู่ในใจว่า
ถัดจากปล่อยปลามาอีกห้าวัน วันนั้นเป็นวันอังคารที่16พฤษภาคม
ขณะที่ขับรถจักรยานยนต์ ออกจากบ้าน ผ่านวัดป่าห้าพระองค์ เพื่อมาถนนคลองสาม เมื่อถึงถนนคลองสาม ผมก็จอดรอเพื่อข้าม จากฝั่งคลองสาม เพื่อมาวิ่งเรียบคลองแอลสอง จากนั้นจะทะลุมาถนนคลองหลวง แล้วเลี้ยวซ้าย ถึงไฟแดงแล้วเลี้ยวขวา เข้าวินที่อยู่ด้านหน้า วัดพระธรรมกาย คุณหนึ่งพูดตามแผนที่การเดินทาง ผู้เขียนอยู่บริเวณนั้นจึงนึกภาพ ตามได้ทั้งหมด
ผมขับรถมาถึงทางข้าม ตรงนั้นเป็นทางม้าลาย ผมจึงจอดรถเพื่อรอข้ามฝั่ง รถวิ่งกันเยอะ ไป-มา ผมรออยู่นานมากครับ ผมจึงยกมือเพื่อส่งสัญญาน ให้รถที่วิ่งหยุดก่อน ตนเองจะได้ขับรถจักรยานยนต์ข้ามไปอีกฝั่งบ้าง เพื่อไปวิ่งเรียบคลองแอลสอง เหตุผลเพราะเรียบคลองรถไม่เยอะ และเป็นทางที่ผมใช้อยู่เป็นประจำครับ
ตอนนั้นผมเห็นว่ารถทุกคันจอดแล้ว ผมจึงขับรถจักรยานยนต์ข้ามฝั่ง ผมขับข้ามใกล้จะพ้นถนนอยู่แล้วนะครับหลวงพี่
ก็มีรถจักรยานยนต์คันนึงสีแดง วิ่งแซงซ้ายขึ้นมาแล้วชน รถผมกลางลำ อย่างจัง เป็นช่วงที่พักเท้าหลัง พอโดนชนแล้ว ตอนนั้นผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าผมโดนรถชน
ผมจึงขับรถไปเรื่อยเรื่อย เป็นปรกติ ปลายทางคือวินจักรยานยนต์รับจ้าง หน้าวัดพระธรรมกาย กระทั่งขับมาถึงหน้าโรงเรียนวัดเกิดการอุดม ก็ได้ยินเสียงพูดว่า
เฮ้ย! จะไปไหน กลับไปที่เดิม ในตอนออกจากบ้านผมใส่เสื้อวินมาด้วย ผมจึงคิดว่าเสียงเรียกนั้น คงจะเรียกใช้บริการ จึงหันกลับมามองข้างหลังก็ไม่เห็นใคร และจอดรถ แล้วมองหาก็ไม่มีใคร
ผมจึงตัดสินใจลองขับรถกลับไป ตามที่เสียงนั้นบอกดู เพราะอยากรู้ว่ามีอะไร ขับย้อนกลับมาเรื่อยๆตามทางเดิม ก็เห็นคนยืนมุงดูเป็นกลุ่ม มีรถปอเต็กตึ๊ง รถไซเรน จอดอยู่
ตอนนั้นคิดว่าเขากำลังมุงดูอะไร จึงไปยืนดูบ้าง คุณหนึ่งบอกว่าผมเห็นคนนอนอยู่ที่พื้น
ผู้เขียนจึงถามว่า ตอนนั้นรู้มั้ยว่า เป็นตนเองที่นอนอยู่ เพราะหลายครั้งผู้เขียนจะได้ยินคนเล่าว่า จะเห็นร่างตนเองแล้ว นอนทับไปที่ร่างแล้วจึงฟื้นก็มี บางเคสก็เล่าว่าไปถึงยมโลกแล้ว ได้มีโอกาสเยี่ยมชมยมโลก ยังไม่ถึงเวลาหมดอายุขัย เจ้าหน้าที่จึงส่งกลับมาก็มี ที่ผมถามเพราะจินตนาการน่าจะเป็นอย่างนั้น
แต่คุณหนึ่งบอกว่า ตอนที่ผมเห็นคนนอนนั้น ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าเป็นใคร เพราะร่างที่นอนอยู่นั้นมีหมวกกันน๊อคสวมอยู่ที่หัว
ผมก็มุงดูเหมือนคนอื่นอื่น สงสัยว่าใครเป็นอะไร แต่ในขณะที่ยืนดูอยู่นั้น ผมมีความรู้สึกเหมือนง่วงนอน แล้วก็รู้สึกวูบ จากนั้นผมก็ฟื้นตื่นขึ้นมา
ในตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าผมโดนรถชน ความรู้สึกตอนนั้นผมก็ยังคิดว่า ตัวเองก็เป็นผู้มายืนมุงดูเหมือนคนอื่นๆ จึงถามคนข้างว่า เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นอะไร เขาก็ตอบว่า
พี่โดนรถชน ผมจึงพูดว่า ผมนี่นะหรือโดนรถชน ผมพึ่งจะขับรถมาจาก หน้าโรงเรียนวัดเกิดการอุดม แล้วผมก็มายืนดูเหมือนพี่นี่แหละ จะโดนรถชนได้ยังไง คนที่บอกยังกดแขนของผมเอาไว้ แล้วบอกว่าอย่าพึ่งขยับ ทีแรกผมยังปัดมือเขา มากดผมไว้ทำไม เพราะไม่เชื่อว่าตัวเองโดนรถชน
แต่พอผมมองไปเห็นรถตัวเองที่ล้มอยู่ จึงเข้าใจและเรียบเรียงเหตุการณ์
แล้วนึกในใจว่า อ้าว!นั่นรถเรานี่หว่า เมื่อผมตรวจดูร่างกายตัวเอง เห็นแผลที่มือเพราะโดนท่อไอเสียรถของคู่กรณี ล้มมาทับที่มือ ผมจึงยอมขึ้นรถปอเต๊กตึ้ง เพื่อพาไปโรงพยาบาลบางประกอก
คุณหนึ่งยังบอกอีกว่าสาเหตุ ที่ผมรอดจากความตาย ฟื้นมาได้เพราะ ก่อนหน้านั้นได้ไปปล่อยปลา ถวายสังฆทาน ได้ใส่บาตรพระตอนเช้า แล้วยังพูดเปิดใจว่า เมื่อก่อนผมจะเชื่อเรื่องบาป บุญ นรก สวรรค์ แค่ห้าสิบ ห้าสิบเปอร์เซนต์ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
แต่ตอนนี้ผม เชื่อยิ่งกว่าล้านเปอร์เซนต์ ครับ ว่าชีวิตหลังความตายมี คนที่โดนรถชนตาย จะไม่รู้ว่าตัวเองตาย ก็จะขับรถตามที่ตัวเอง คิดว่าจะไปในตอนแรก กลับไปกลับมา เหมือนที่เคยดูใน หนังสามมิติ เรื่องไอซียู 7วันหลังความตาย เลยครับหากใครอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ก็ลองไปเปิดดูได้ครับ เป็นอย่างนั้นเลยครับ โชคดีที่ผมฟื้น แต่คนที่เขาไม่ฟื้นขึ้นมา ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นอย่างไร
ต่อไปผมจะไม่ประมาท ในการดำเนินชีวิตอีกแล้วครับหลวงพี่ เพราะหากไม่มีเสียงเรียกนั้น ผมก็ไม่รู้ว่า จะได้ฟื้นขึ้นมาอย่างนี้อีกหรือเปล่า คุณหนึ่งได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้น กับตนเองทั้งหมดให้ฟังมาอย่างนี้ จึงนำเรื่องราวมาเขียน ให้เราทุกคนได้อ่าน แล้วช่วยกันพิจจารณา ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนึ่ง ในช่วงที่โดนรถชน ขอจบเขียนตามเรื่องไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
ส.ปรีชากูล
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น