https://timeline.line.me/post/_daLGVfF4DEbbmj-Tc2zex10E6poz7wvEIbikDiY/1153295587804062901
@.. เข้าพรรษาของโยม.. @
.
เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนา
พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
เมื่อวันจันทร์ที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
------------------------------
วันนี้เป็นวันแรกของการเข้าพรรษา
เราได้ตกลงกันเอาไว้ว่า ในทุกๆ พรรษา จะให้เป็นพรรษาแห่งการบรรลุธรรม บรรลุธรรมกายซึ่งมีอยู่ในตัวของเราและในกายของมนุษย์ทุกคนในโลก ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ใดก็ตาม
###.. ที่ใดมีมนุษย์ ที่นั้นมีธรรมกาย.. ###
เราก็ได้ทำอย่างนี้ ต่อเนื่องในทุก ๆ พรรษาที่ผ่านมา เราได้วอร์มในการทำสมาธิกันมา ๙ เดือน ๓ เดือน ภายในพรรษานี้ ก็ต้องตั้งใจทำกันจริง ๆ แล้ว
ดังนั้น เราก็ต้องบริหารเวลากันให้เป็น คำว่า “ไม่มีเวลาไม่มีในโลก” เวลาในการสร้างบารมีต้องมีสำหรับเรา ที่เกิดมาสร้างบารมี ต้องบริหารเวลาให้เป็นนะจ๊ะ
อย่าให้อะไรมาเป็นอุปสรรคขัดขวาง
ในการเจริญสมาธิภาวนา
ช่วงฤดูเข้าพรรษา เป็นช่วงที่อากาศกำลังดีมาก อากาศไม่ร้อนและไม่หนาว อยู่ในช่วงกำลังพอดี กำลังสดชื่น เหมาะสมต่อการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อพระเข้าพรรษาแล้ว เราในฐานะเป็นญาติโยม เป็นคฤหัสถ์ ก็สามารถเข้าพรรษาได้ โดยเอาตัวของเรานี่ละเป็นขอบเขตในการอยู่จำพรรษา จำพรรษาด้วยใจของเรา
แม้พุทธบุตรจำพรรษาก็ต้องด้วยใจของท่านเช่นเดียวกัน ซึ่งอยู่ในตัว และก็อยู่ในบริเวณอาราม ที่กำหนดขอบเขตว่า จะไม่ไปค้างคืนที่ไหน ภายในพรรษาจะตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมเต็มที่
ดังนั้น ในฐานะที่เราอยู่ในเพศของคฤหัสถ์
เราก็สามารถอยู่จำพรรษาได้ กำหนดขอบเขตอยู่ภายในกายยาววา หนาคืบ กว้างศอก คือตัวของเราเอง
แล้วที่ศูนย์กลางกาย เรามีพระรัตนตรัยอยู่ภายในตัวเหมือนในวัดก็มีพุทธปฏิมากรเป็นตัวแทนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีพระอยู่ในตัว เราก็ทำสมาธิไปพร้อม ๆ กับพระในตัวของเรานั่นแหละ มองดูท่านนั่งสมาธิ เราก็จะอยู่ในอิริยาบถเดียวกับท่าน เราก็นั่งไปทุกวัน และก็ควรเพิ่มเติมอีก ๓ อิริยาบถ เพราะของท่านไม่ต้องมีกิจแบบมนุษย์ ไม่หิว ไม่กระหาย ไม่ง่วง ไม่ต้องหลับต้องนอน ไม่มีปวด ไม่มีเมื่อย ท่านจะอยู่ในอิริยาบถเดียว คือ อิริยาบถนั่งทำสมาธิ
ของเรามันมีข้อจำกัดของกายมนุษย์ เราต้องเพิ่มอีก ๓ อิริยาบถ คือ นอกจากนั่งทำสมาธิ ยังนอนทำด้วย ยืนทำ เดินทำ หรือจะใครจะเพิ่มวิ่ง หรือทำอะไรก็แล้วแต่ จำง่าย ๆ ว่า นั่ง นอน ยืน เดิน เราจะอยู่จำพรรษาที่กลางกายของเราควบคู่กับภารกิจประจำวัน คือ
ภายในหยุดนิ่ง ภายนอกเคลื่อนไหว
ไม่ว่าเราจะพูด จะทำมาหากิน ทำมาค้าขาย ทำมาสร้างบารมี จะศึกษาเล่าเรียน หรือจะออกกำลังกาย อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน รับประทานอาหาร หรือทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ ภายนอกเราก็เคลื่อนไหวไปเถอะ แต่ใจเราต้องหยุดนิ่งจำพรรษาอยู่ภายใน ค่อย ๆ ชำเลืองดูว่า องค์พระท่านขยับตัวแล้วหรือยัง ถ้าท่านยังไม่ขยับ เราก็ดูท่านไปเรื่อย ๆ ทำสมาธิไปพร้อม ๆ ท่านในอิริยาบถทั้ง ๔ อย่างนี้ก็เหมือนกับว่า เราก็เข้าพรรษาเหมือนกัน
ภายในพรรษานี้ให้ใจอยู่ในกลางตัว เราจะไม่ไปเที่ยวที่ไหน ถ้าเที่ยวก็ต้องเที่ยวกรรมฐานภาวนา แต่อย่าไปเที่ยวเตร่สนุกเฮฮาแบบนั้นไม่เอา ให้ทำภาวนาอย่างเดียวอย่างนี้นะจ๊ะ แล้วก็ต้องทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เพื่อให้กาย วาจา ใจ เราสะอาด บริสุทธิ์
หมั่นสั่งสมบุญทุกบุญ ไม่ให้ตกบุญเลย
แล้ววัดเรามีอยู่ข้างบ้าน ก็ควรจะไปเข้าวัด ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม แล้วก็บำเพ็ญบุญ แต่ว่าใจก็ยังอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗
ไม่ว่านักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาจะอยู่ที่ตรงไหน
ส่วนใดของทุกภูมิภาคทั่วโลก ก็ควรจะอยู่จำพรรษากัน อยากจะใช้คำว่า “ต้องจำพรรษา” เพราะเราเกิดมาสร้างบารมี
เมื่อพุทธบุตรท่านทำ เราก็ต้องทำด้วย
เราจะให้ท่านได้บุญบารมีแก่กล้าตามลำพังได้อย่างไร
เราก็ต้องไปด้วย เพราะพุทธบริษัทมี ๔ ไม่ใช่มีเฉพาะท่าน บริษัทนี้ ไม่จำกัด Unlimited hearth
เพราะฉะนั้นต้องสั่งสมบุญบารมีกันให้มากๆ
อย่าให้พรรษานี้ผ่านไปเปล่า ๆ นะจ๊ะ
สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิฯ
~~~~~~~~~
จาก...
http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=13412
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น