https://timeline.line.me/post/_daLGVfF4DEbbmj-Tc2zex10E6poz7wvEIbikDiY/1151805667704062380

5 เคล็ด (ไม่) ลับ จองตั๋วเครื่องบิน ให้ได้ราคาสุดคุ้ม อ่านต้นฉบับได้ที่นี่ https://goo.gl/BGjPH5 เตรียมตัวจองตั๋วเครื่องบินดี มีชัยไปกว่าครึ่ง แถมประหยัดไปอีกเท่าตัว!!! จะเห็นได้ว่าตั๋วเครื่องบิน จะมีราคาที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา บ้างก็ถูกจนไม่น่าเชื่อ บ้างก็แพงจนน่าตกใจ แต่จะทำอย่างไร ที่เราจะสามารถจองตั๋วเครื่องให้ได้ ในราคาที่สุดคุ้มที่สุด วันนี้ Undubzapp จึงมีเทคนิค เคล็ด (ไม่) ลับ สำหรับการจองตั๋วเครื่องบิน ที่รับรองได้ว่าคุณจะสามารถเที่ยวได้ ในราคาที่ถูกและสุดคุ้มอย่างแน่นอน 1. จองตั๋วล่วงหน้าเป็นเวลานานๆ แน่นอนว่าการเดินทางในแต่ละครั้ง คุณจะต้องมีการเตรียมตัวและวางแผนอยู่แล้ว การจองล่วงหน้าเป็นระยะเวลานานๆ ก็จะทำให้ได้ตั๋วที่มีราคาถูกยิ่งขึ้น แต่ข้อควรระวังก็คือ การจองตั๋วล่วงหน้าแบบนี้ อาจจะทำให้คุณหลงลืมวันเดินทาง หรืออะไรก็ตามแต่ ดังนั้นเมื่อลงมือซื้อตั๋วแล้วก็ควรเก็บหลักฐาน และจดวันเดินทางไว้ด้วย 2. หมั่นตรวจสอบราคา แน่นอนว่าเราอยู่ในยุคที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้า ทำให้การทำธุรกรรมต่างๆ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายๆ และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่คุณรู้หรือไม่ ราคาตั๋วเครื่องบินส่วนใหญ่ สายการบินจะมีการปรับราคาอยู่ตลอดเวลา บ้างก็ขึ้น บ้างก็ลง จะว่าไปอาจจะผันผวนยิ่งกว่าหุ้นไปอีก จึงแนะนำว่า หากได้วันเดินทางที่แน่ชัดแล้ว ให้พยายามเข้าไปเช็กราคาเรื่อยๆ อย่างน้อยก็อาทิตย์ละครั้งสองครั้ง หากเจอราคาที่โดนใจให้รีบกดจองทันทีเลย อย่ามัวคิดว่าราคาจะถูกลงกว่านี้ เพราะไม่แน่ว่า ต่อไปอาจจะไม่ได้ราคานี้อีกแล้วก็ได้ เอาเป็นว่าถ้าได้ราคาที่วางไว้ ก็จองไปเลยจะดีกว่า 3. ลบประวัติการใช้งานของเว็บเบราว์เซอร์ที่ใช้จองตั๋ว ด้วยความก้าวหน้าและก้าวล้ำของเทคโนโลยี ทำให้ Ai หรือ ปัญญาประดิษฐ์ มีความสามารถในการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานและนำมาวิเคราะห์ผล โดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว โดยที่ข้อมูลการใช้งานของเราจะถูกเก็บอยู่ในประวัติการใช้งาน และคุกกี้ ดังนั้น หากจะจองตั๋วละก็ แนะนำให้ทำการลบสิ่งเหล่านี้บนเว็บเบราว์เซอร์ที่จะใช้จองเป็นอันดับแรก เชื่อได้เลยว่าจะทำให้ได้ตั๋วราคาที่ถูกลงอย่างแน่นอน 4. เลี่ยงการเดินทางในช่วงวันเทศกาล ควรเลี่ยงการเดินทางในช่วงเทศกาลและวันหยุด ซึ่งแน่นอนว่าการเที่ยววันธรรมดาก็จะทำให้ราคาตั๋วมีราคาถูกลง และคนที่ออกเดินทางในช่วงเวลานั้นก็จะน้อยลงอีกด้วย ซึ่งจะสบายทั้งกระเป๋าและสบายทั้งการเดินทางท่องเที่ยวที่ไม่ต้องพบเจอกับความวุ่นวายของผู้คน 5. จองตั๋วในช่วงโปรโมชั่น ในแต่ละปี แต่ละสายการบินจะออกโปรโมชั่นเพื่อคืนกำไรให้ลูกค้าหรืออะไรก็แล้วแต่ ดังนั้น หากมีการแพลนวันออกเดินทางได้เป็นอย่างดีแล้ว พอจบพบเหมาะกันช่วงที่สายการบินออกโปรโมชั่น ก็ควรที่จะรีบคว้าไว้ให้ได้ และที่สำคัญ ลองจองตั๋วโปรโมชั่นของหลายๆ สายการบินและนำมาคำนวณว่าสายการบินใดจะคุ้มกว่ากันก็จะเป็นตัวเลือกที่ดี หากทำการวิธีที่บอกไว้ข้างต้นแล้ว เชื่อได้เลยว่าจะได้ตั๋วในราคาสุดคุ้ม และเหลือเงินในกระเป๋าไว้ไปทำอย่างอื่นอย่างแน่นอน และข้อแนะนำอีกอย่างก็คือ ควรจดวันเวลาเดินทางไว้ด้วย เพราะหากได้ตั๋วในราคาสุดคุ้มมาแล้ว แต่กลับลืมวันเวลาในการเดินทาง ก็คงจะน่าเสียดายไม่น้อย ขอให้ทุกคนมีความสุขในการเดินทางและได้ตั๋วราคาที่ประหยัดและสบายกระเป๋ากันทุกคน อ่านต้นฉบับได้ที่นี่ https://goo.gl/BGjPH5 ติดตามเรื่องราวแซ่บๆ ที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้มีสีสัน ข่าวบันเทิง ดารา เราไม่พลาดเสิร์ฟให้ทุกวัน สุขภาพ การออกกำลังกายก็มา หรืออยากจะเช็คดวงชะตาเราก็มี หรือจะอัปเดทเรื่องราวแปลกๆ แซ่บๆ รอบโลก เราก็พร้อมพาคุณไปแซ่บพร้อมกัน ทุกความแซ่บ เรารวมไว้ให้นี่ค่ะ www.undubzapp.com

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม

“ลูกนิมิต พัทธสีมา” “นิมิต” แปลว่า “เครื่องหมาย” “ลูกนิมิต” ตามความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง “ลูกที่ทำกลม ๆ ประมาณเท่าบาตร มักทำด้วยหินใช้ฝังเป็นเครื่องหมายเขตอุโบสถ” ส่วนพจนานุกรมฉบับมติชนให้ความหมายว่า “ก้อนหินที่วางบอกเขตพัทธสีมาในการทำสังฆกรรม” สรุปแล้ว “ลูกนิมิต” ก็คือ ลูกหินกลม ๆ มีขนาดเท่าบาตรของพระสงฆ์ ที่ใช้ฝังเพื่อเป็นเครื่องหมายบอกให้ทราบว่า ตรงไหนเป็นเขตของอุโบสถหรือโบสถ์เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้เป็นที่ประกอบสังฆกรรมนั่นเอง เพราะคำว่า “ นิมิต” แปลว่า “เครื่องหมาย” อุโบสถ (อ่านว่า อุโบสด) ถือเป็นอาคารที่สำคัญภายในวัดเนื่องจากเป็นสถานที่ที่พระภิกษุสงฆ์ใช้ทำ สังฆกรรมซึ่งแต่เดิมในการทำสังฆกรรมของพระภิกษุสงฆ์จะใช้เพียงพื้นที่โล่ง ๆ ที่กำหนดขอบเขตพื้นที่สังฆกรรมโดยการกำหนดตำแหน่ง “สีมา” เท่านั้น แต่ในปัจจุบันจากการมีผู้มาอุปสมบทบรรพชามากขึ้น อีกทั้งภายในพระอุโบสถมักประดิษฐานพระประธานที่เป็นพระพุทธรูปองค์สำคัญ ๆ ทำให้มีผู้มาสักการะบูชา และ ร่วมทำบุญเป็นจำนวนมากพระอุโบสถจึงถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารถาวร และมักมีการประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ยังมีอีกมีหลายความหมาย คือ หมายถึง สถานที่ที่พระสงฆ์ ประชุมทำสังฆกรรมตามพระวินัย เช่นสวดพระปาติโมกข์ในวันพระทุกกึ่งเดือน ขึ้น ๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ และแรม ๑๔ ค่ำหรือ ๑๕ ค่ำ หรือ การอุปสมบทบรรพชาเป็นพระภิกษุ หรือการสวดเข้าอยู่ปริวาสกรรม ของพระภิกษุสงฆ์ หรือสังฆกรรมใด ๆ ที่ต้องเกิดขึ้นในอุโบสถ ตามพระวินัยบัญญัติ เรียกตามคำวัดว่า อุโบสถาคาร บ้าง อุโบสถัคคะ บ้าง แต่เรียกโดยทั่วไปว่า โบสถ์ 1.การเข้าจำ คือการรักษาศีล ๘ ของอุบาสก อุบาสิกา ในวันขึ้นและแรม ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ เรียกว่า รักษาอุโบสถ และรักษาอุโบสถศีล 2.วันพระหรือวันฟังธรรมของคฤหัส วันขึ้นและแรม ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ซึ่งเป็นวันที่คฤหัสถ์รักษาอุโบสถกัน เรียกว่า วันอุโบสถ 3.วันที่พระสงฆ์ลงฟังพระปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือน เรียกว่า วันอุโบสถ 4.การสวดพระปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือนหรือทุกวันอุโบสถของพระสงฆ์ เรียกว่า การทำอุโบสถ 5.โบสถ์ เป็นคำเรียกสถานที่สำหรับพระสงฆ์ใช้ประชุมกันทำสังฆกรรมตามพระวินัย เช่น สวดพระปติโมกข์ ให้อุปสมบท มีสีมาเป็นเครื่องบอกเขต คำว่า โบสถ์เป็นคำที่ใช้เฉพาะในพระพุทธศาสนา 6.โบสถ์ เรียกเต็มคำว่า อุโบสถ หรือ โรงอุโบสถ ถ้าเป็นของพระอารามหลวงเรียกว่า พระอุโบสถ บางถิ่นเรียกว่า สีมา หรือ สิม 7.โบสถ์ เป็นสถานที่ศักดิ์ศิทธิ์ เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า เป็นเขตแดนที่พระเจ้าแผ่นดิน พระราชทานให้แก่สงฆ์เป็นพิเศษ เรียกว่าพระราชทาน วิสุงคามสีมา ก่อนที่จะมาเป็นโบสถ์ที่ถูกต้องตามพระวินัยจะต้องมีสังฆกรรมที่เรียกว่า ผูกสีมา หรือ ผูกพัทธสีมา ก่อน 🌟มูลเหตุความเป็นมา🌟 ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาและมีผู้มาขออุปสมบทบรรพชา เป็นพระสาวก พระพุทธองค์ทรงประทาน “เอหิภิกขุ” ให้ได้สำเร็จเป็นพระภิกษุสงฆ์ดังประสงค์ เมื่อมีพระภิกษุสงฆ์มากถึงจำนวน ๖๐ รูปเป็นพระสงฆ์สาวกในเวลาอันรวดเร็วนั้น พระพุทธองค์ทรงมีพระพุทธประสงค์ให้พระภิกษุสงฆ์สาวกเหล่านั้น กระจายกันออกจาริกไปยังทิศต่าง ๆ เพื่อเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ จึงทำให้ผู้ที่ได้ฟังพระธรรมนั้นมีความเลื่อมใสศรัทธาประสงค์ที่จะขออุปสมบทบรรพชา เป็นพระสาวกมากขึ้น พระภิกษุสงฆ์สาวกเหล่านั้นก็จะนำผู้ที่จะขออุปสมบทบรรพชาในพระพุทธศาสนา มาเข้าเฝ้าสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทรงพระเมตตาประทานการอุปสมบทบรรพชาให้แด่ผู้มีจิตศรัทธาเหล่านั้น ซึ่งพระภิกษุสงฆ์สาวกที่ออกจาริกเผยแผ่พระธรรมคำสอนและพระพุทธศาสนาไปยังดินแดนต่าง ๆ นั้นต่างก็อยู่ห่างไกลจากที่พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ จึงทำให้การเดินทางกลับมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์เป็นไปด้วยความยากลำบาก เมื่อเป็นดังนี้ พระพุทธองค์ทรงคำนึงถึงความลำบากของเหล่าพระสงฆ์สาวกในการเดินทาง พระองค์จึงทรงมีพระกรุณาธิคุณ โดยมีพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุสงฆ์สาวกเหล่านั้นทำการอุปสมบทบรรพชาให้กับผู้มีความเลื่อมใสศรัทธา โดยมิต้องสร้างความยุ่งยากลำบากในการนำผู้ที่ประสงค์จะขออุปสมบทบรรพชามาเข้าเฝ้าขอบรมพุทธานุญาตจากพระพุทธองค์ เป็นการลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลำบากแก่เหล่าพระสงฆ์สาวก และการที่พระภิกษุสงฆ์สาวกออกไปอยู่ห่างไกลจากพระพุทธองค์นั้น ประการหนึ่งนั้นก็เท่ากับห่างจากการฟังพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ ซึ่งในสมัยพุทธกาลนั้นพระธรรม พระวินัยต่าง ๆ ที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ให้พระสงฆ์สาวกปฏิบัติตามนั้นยังไม่มีการจดบันทึกรวบรวมไว้เป็นคัมภีร์ หรือรวบรวมเป็นพระไตรปิฏกจัดแยกหมวดหมู่ดังเช่นปัจจุบัน ดังนั้น พระธรรม พระวินัยต่าง ๆ นั้น จึงต้องอาศัยการจดจำท่องจำโดยการสวดสืบต่อ ๆ กัน เรียกว่าการสวดพระปาติโมกข์ อีกทั้ง เมื่อมีเหตุการณ์ใดที่พระสงฆ์สาวกจะต้องตัดสินใจร่วมกัน ให้พระสงฆ์ได้มีการปรึกษาหารือเพื่อแก้ปัญหา หรือทำกิจบางประการร่วมกัน ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงได้กำหนดให้พระสงฆ์ต้องประชุมร่วมกันหรือที่เรียกว่า ทำสังฆกรรม คือทำกิจของสงฆ์ให้สำเร็จลุล่วง เช่น การทบทวนพระธรรมวินัย ที่พระพุทธองค์ทรงกำหนดไว้ หรือเรียกว่า การสวดพระปาติโมกข์ การอุปสมบทบรรพชา หรือการบวชพระ การกรานกฐิน และการปวารณากรรม เป็นต้น โดยกำหนดให้ทำสังฆกรรม ในบริเวณที่กำหนดไว้เท่านั้น เพื่อมิให้ฆราวาสมายุ่งเกี่ยวกับกิจของสงฆ์ผู้ทรงศีลโดยเฉพาะ แต่เนื่องจากในสมัยต้นพุทธกาลนั้นพระภิกษุยังไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน แม้ต่อมาพระเจ้าพิมพิสาร มหาราชแห่งแคว้นมคธจะมีศรัทธาถวายพื้นที่สวนไผ่ของราชวงศ์ ให้เป็นวัดแรกในพระพุทธศาสนา ชื่อ วัดเวฬุวัน ให้พระภิกษุสงฆ์โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประธานได้อยู่อาศัย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นป่าตามธรรมชาติ ดังนั้น เมื่อพระสงฆ์ต้องจาริกไปยังที่ต่าง ๆ จึงทรงดำริให้หมายเอาวัตถุบางอย่าง เป็นเครื่องกำหนดเขตแดนขึ้น เรียกว่า การผูกสีมา ซึ่งคำว่า “สีมา” ที่แปลว่า “เขตแดน” ซึ่งพระพุทธองค์ได้กำหนดไว้มี ๘ ประการ และเรียกเครื่องหมายบอกเขตแดนนี้ว่า “นิมิต” แต่นิมิตเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้การกำหนดเขตแดนที่จะทำสังฆกรรมกำหนดสถานที่ประชุมสงฆ์ทำได้ยากและมักคลาดเคลื่อน เช่น หากใช้ต้นไม้เป็นสิ่งบอกเขต แต่เมื่อต้นไม้นั้นล้มตายลง หรือหักโค่นจนตายไป ก็ทำให้เขตที่อาศัยต้นไม้นั้นเป็นสัญลักษณ์ก็จะคลาดเคลื่อนไป ต่อมาจึงได้มีการพัฒนากำหนดนิมิตขึ้นใหม่อีกประเภทหนึ่งขึ้นแทน คือ เป็นนิมิตที่จัดสร้างหรือทำขึ้นเฉพาะ เช่น ขุดบ่อน้ำ คูน้ำ สระน้ำ และก้อนหิน โดยเฉพาะก้อนหินเป็นที่นิยมกันมากเพราะทนทานและเคลื่อนย้ายได้ยาก ครั้นเมื่อเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้นจึงได้มีการประดิษฐ์ก้อนหินให้เป็นลูกกลม ๆ ประมาณเท่าบาตรของพระสงฆ์เป็นอย่างน้อย เป็นเครื่องหมายที่ค่อนข้างถาวรขึ้นแทนและเรียกกันว่า “ลูกนิมิต” ดังที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันรวมถึงมีการเรียกเขตแดนที่ใช้ทำสังฆกรรมนี้ว่า “อุโบสถ หรือ โบสถ์” ซึ่งสมัยก่อนโบสถ์คงมีลักษณะตามธรรมชาติมากกว่าจะเป็นถาวรวัตถุเช่นปัจจุบัน และเมื่อมี “ลูกนิมิต” เป็นเครื่องหมายบอกเขต ต่อมาก็มีพิธีที่เรียกว่าการ “ฝังลูกนิมิต”ขึ้นด้วย ที่มา https://www.phuttha.com “อย่าพลาด!!!บุญใหญ่ ครั้งประวัติศาสตร์” พิธีผูกพัทธสีมาและฝังลูกนิมิตโบสถ์พระไตรปิฎก ณ วัดพระธรรมกาย วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 (อาทิตย์ต้นเดือน) เส้นทางบุญ @Pathofboon